เผยเหตุช้างป่าเพิ่มจำนวน ออกนอกพื้นที่กินผลไม้กระตุ้นฮอร์โมน ทำผสมพันธุ์เร็วขึ้น

19.12.23 | 16:57 น.

เผยเหตุช้างป่าเพิ่มจำนวน เหตุออกนอกพื้นที่กินผลไม้กระตุ้นฮอร์โมน ทำผสมพันธุ์เร็วขึ้น ทั่วประเทศพบ 4.4 พันตัว

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานกาณ์ช้างป่าในไทย ว่า ล่าสุดเราจะเห็นว่ามีโขลงช้างป่าเกือบ 200 ตัว ในพื้นที่ป่าตะวันออก ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้เร่งป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมาในพื้นที่ราษฎรอย่างเต็มที่ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูอ้อย ช้างป่าจึงออกนอกพื้นที่มากเป็นพิเศษ จุดที่เราได้ทำแนวป้องกันไว้ ช้างป่าเข้าทำลาย เราจึงต้องใช้กำลังคนเข้าไปบล็อก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน ตามจุดเข้าออกของช้างป่า ต้องจุดกองไฟ ส่งเสียง ให้ช้าง รับรู้ว่ามีคนอยู่ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังสูง

นายเผด็จ กล่าวว่า จุดประสงค์ของช้างป่าในตอนนี้ คือ ต้องการกินอ้อย ก็เดินทะลวงออกจากป่า ช้างป่าเป็นสัตว์ที่เรียนรู้ตลอดเวลา มีสติปัญญา ถ้ารู้ว่ามีคนอยู่ พวกเขาจะพยายามเบี่ยงไปอีกทาง อีกทั้งกำลังคนที่เรามีก็ไม่สามารถอุดได้ทุกเส้นทาง เนื่องจากแนวป่า กว้างมาก แต่เมื่อรู้ว่าช้างป่าออกมา เราก็ระดมกำลังพยายามนำช้างกลับสู่ป่าได้ ขณะเดียวกันในปัจจุบันมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าตะวันออก เราจะพบว่าฝูงที่ออกมาเกือบ 200 ตัว จะมีลูกช้างป่าอยู่ในโขลงมากขึ้น

“บ่งชี้ได้ว่าอาหารที่ช้างป่ากินไปกระตุ้นการสืบพันธุ์ เช่น พืชผลทางการเกษตร ที่มีสารอาหารมากขึ้น ส่งผลให้มีการปรับฮอร์โมนภายใน ช้างป่าเป็นสัตว์ที่เรียนรู้ และชอบรสชาติผลไม้ เราสังเกตได้ว่าหลังการคลอดลูกช้าง แม่ช้างจะดูแลลูกช้างไปก่อน 3-5 ปี แต่ปัจจุบันลูกช้างอายุหลักเดือน ก็เริ่มมีการผสมพันธุ์ใหม่แล้ว เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก โดยในพื้นที่ป่าตะวันออก ประเมินว่ามีประมาณ 592 ตัว จากเดิมในปี 61 มีประมาณ 492 ตัว ส่วนทั้งประเทศมีประมาณ 4,013 -4,422 ตัว จากเดิมประมาณ 3,500 – 4,000 ตัว อีกสาเหตุหนึ่งที่ประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากศัตรูผู้ล่าของช้างป่า คือ มนุษย์ ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเข้มงวด ช้างป่าจึงไม่มีศัตรูผู้ล่า แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมประชากรช้างป่าไม่ได้มากเกินไปสำหรับพื้นที่ป่าทั่วประเทศ มีเพียงบางแห่งที่ช้างป่ากระจุกตัวอยู่ ซึ่งต้องหาหนทางในการแก้ไขปัญหาไม่ให้ช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่า”

Advertisement

นายเผด็จ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่ เราได้ทำคูกันช้าง แต่หลายจุดเป็นงานดินที่ชำรุดก็ต้องดาดคอนกรีตเสริม ซึ่งได้ของบกลางปี 67 ไปแล้ว คาดว่าจะได้งบมาส่วนหนึ่ง และอีกโครงการคือ การหาสถานที่กักบริเวณสำหรับช้างป่าที่บาดเจ็บ หรือกักบริเวณช้างป่าที่ดื้อ เกเร เพื่อปรับพฤติกรรม เพราะหากปล่อยไปจะมีความเสี่ยงสูง ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าได้ อีกแนวทางที่สำคัญคือ ศูนย์บัญชาการช้างป่า เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมีการสื่อสารข้อมูลตลอดเวลา นอกจากนี้การเยียวยาให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเราของบกลางไป 50 ล้าน โดยเอาหลักเกณฑ์ของกองทุนพลังงานมาเป็นฐานการกำหนดค่าเยียวยา เพราะให้เรทอัตราที่ชาวบ้านยอมรับได้ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าได้

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวอีกว่า ปกติธรรมชาติของโขลงช้าง จะมีตัวนำและตัวท้ายฝูงหรือตัวคุมฝูง ตัวนำคือหาเส้นทาง แต่ตัวท้ายที่คุมฝูงเป็นตัวที่ดูแลความปลอดภัยของฝูง ซึ่งส่วนใหญ่ตัวที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และราษฎร ก็คือ ตัวคุมฝูง นั่นเอง โดยสถิติช้างป่าทำร้ายเจ้าหน้าที่และราษฎรได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2555-2567 มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 20 ราย ราษฎร 160 ราย รวม 180 ราย มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 10 ราย ราษฎร 192 ราย รวม 202 ราย