หน้าแรก ในประเทศ ผัวเมียผวา เจ...

ผัวเมียผวา เจ้าหนี้ขู่ขับรถชน โร่ร้องปลัดอำเภอช่วย เผยเป็นหนี้หมื่นเดียว จะเอาชีวิตเลยหรอ

19.12.23 | 16:58 น.

สองผัวเมียหนีตาย เจ้าหนี้ขู่ถ้าเจอตัวจะขับรถชนให้ตาย เข้าหาปลัดอำเภอช่วยไกล่เกลี่ย

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายโต อายุ 40 ปี พร้อมด้วยภรรยา เดินทางมายังที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี ด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัว เพื่อขอความช่วยเหลือจาก นางทริญา ไชยวงศ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนนทบุรี หลังถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ โทรศัพท์ขู่อาฆาตให้นายโตกับครอบครัวระวังตัวให้ดี หากไม่หาเงินมาจ่ายหนี้รายวัน

โดยเจ้าหนี้รายดังกล่าวข่มขู่ว่า หากเจอนายโตกับครอบครัวที่ไหนจะขับรถพุ่งชนให้ตายที่นั่น สร้างความหวดกลัวให้กับนายโตและครอบครัว จนต้องเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือในวันนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้เดินทางมาลงทะเบียนแก้ไขหนี้นอกระบบกับทางอำเภอไปแล้วก็ตาม

นายโตกล่าวกับทางปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนนทบุรีว่า ที่ผ่านมาตนกับภรรยาได้ไปกู้เงินนอกระบบ 3 เจ้า เพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัวและส่งไปช่วยเหลือแม่และยายที่อยู่ต่างจังหวัดที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไปมีรายได้เฉลี่ยวันละ 500-700 บาท ส่วนภรรยาทำงานโรงงานมีรายได้วันละ 350 บาท ซึ่งที่ผ่านมาตนกับภรรยามีรายได้เพียงพอที่หมุนเวียนจ่ายหนี้รายวันตรงเวลา ไม่เคยขาดส่ง จนเจ้าหนี้บางรายถึงกับเอ่ยปากชม

“แต่ต่อมาช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี ไม่ค่อยมีคนเรียกไปจ้างทำงาน บางอาทิตย์เรียกไปช่วยแค่วันสองวัน จึงทำให้รายได้ขาดหายไป จนเริ่มติดค้างหนี้รายวันและกลายมาเป็นดอกทบต้น จนทำให้หนี้ที่กู้ยืมมาเพิ่มขึ้น อย่างเจ้าหนี้เจ้าหนึ่งที่กู้ยืมมา 10,000 บาท ทยอยผ่อนใช้รายวันไปวันละ 200-300 บาท มานานหลายเดือน ตนมาคิดจำนวนเงินที่ทยอยจ่ายไปเป็นเงินประมาณ 18,000 บาทแล้ว แต่เงินต้นที่กู้ยืมมายังไม่ลดลงเลย เจ้าหนี้ยังยืนยันว่าตนเป็นหนี้อยู่ 10,000 บาท เหมือนเดิม”

Advertisement

นายโตล่าวอีกว่า หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนแก้ไขหนี้นอกระบบไปแล้ว ตนกับภรรยาที่ร่วมกันกู้หนี้มาก็ได้มาลงทะเบียนเพื่อขอไกล่เกลี่ยเจรจาประนอมหนี้แล้ว ซึ่งก็ได้บอกกับเจ้าหนี้เงินกู้ไปแล้ว แต่ทางเจ้าหนี้ไม่รับฟัง ยังยืนยันให้ตนต้องหาเงินมาจ่ายหนี้รายวันที่สัญญาไว้ จนกระทั่งไม่มีเงินมาจ่ายให้ก็เริ่มถูกทางเจ้าหนี้ขู่อาฆาต ทั้งจะทำร้ายร่างกาย บางรายก็ขู่จะขับรถชนให้ตาย ซึ่งก็ได้พยายามพูดคุยขอความเห็นใจกับทางเจ้าหนี้ไปแล้วแต่ไม่มีใครรับฟัง ด้วยความหวาดกลัวว่าตนกับครอบครัวจะถูกทำร้ายร่างกาย จึงได้ตัดสินใจมาร้องขอความช่วยเหลือจากทางอำเภอ เพราะแม้จะลงทะเบียนไปแล้วแต่ทางเจ้าหนี้ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี

นายโตกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนกับภรรยาเคยจ่ายเงินรายวันให้กับเงินกู้นอกระบบเหล่านี้ถึงวันละ 2,100 บาทมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนมีงานให้ทำไม่ขาดสาย จึงทำให้หมุนเงินมาจ่ายหนี้ได้ทัน แต่ปัจจุบันนี้ครอบครัวมีรายได้ทางเดียวจากภรรยาที่ทำงานอยู่วันละ 350 บาท ลูกก็ต้องกินต้องใช้ไปโรงเรียนด้วย ทำให้บางวันตนกับลูกชายต้องปั่นจักรยานไปขอข้าววัดมากินประทังชีวิต เพื่อเก็บเงินในส่วนของภรรยาไปจ่ายหนี้รายวันเจ้าอื่นที่ยังพอจ่ายไหว บางครั้งก็น้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตเหมือนกัน ไม่คิดว่าเงินที่กู้ยืมมาไม่กี่พันบาทแต่กลับถูกเจ้าหนี้ขู่เอาชีวิตเพียงเพราะติดค้างเงินเท่านี้

ซึ่งเคยถามกับเจ้าหนี้ไปตรงๆ แบบนี้ว่า เงินแค่นี้ถึงกับจะต้องเอาชีวิตกันเลยใช่ไหม ทางเจ้าหนี้ก็ตอบมาว่าใช่ ถ้ามันจำเป็น และวันนี้ก็ดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้าพบกับปลัดอำเภอโดยตรง เพื่อขอความช่วยเหลือที่กำลังเผชิญอยู่ อยากให้ทางผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อผ่อนผันให้ ขอให้หยุดทวงหนี้หรือข่มขู่ทำร้ายร่างกายตนกับครอบครัว ซึ่งสัญญาว่าถ้ามีงานทำมีรายได้เมื่อไร จะพยายามเร่งใช้หนี้คืนให้ทั้งหมด เมื่อที่ผ่านมาไม่เคยโกง ไม่เคยขาดส่ง จ่ายตรงเวลา แต่วันนี้ไม่มีรายได้มาจ่ายให้จริงๆ และหลังจากนี้ไปถ้าตนกับภรรยาสามารถใช้หนี้นอกระบบได้หมดแล้ว จะไม่มีวันไปกู้ยืมมาเด็ดขาด เข็ดขยาดแล้วกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบพวกนี้

ด้านนางทริญา ไชยวงศ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนนทบุรี กล่าวว่า ทางอำเภอรับปากจะช่วยเหลือติดต่อเพื่อขอผ่อนปรนกับทางเจ้าหนี้เงินกู้ให้ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลที่ได้สั่งการลงมา ซึ่งทางอำเภอเชื่อว่าจะสามารถเจรจากับทางเจ้าหนี้ เพื่อผ่อนปรนได้ แต่ขอให้รับปากว่าหลังจากนี้ไปจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองด้วยการไปกู้ยืมเงินนอกระบบเหล่านี้มาใช้อีก เพราะแทบจะไม่มีทางเลยที่คนหาเช้ากินค่ำจะสามารถจ่ายหนี้ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมได้ไหว

ทั้งนี้ หลังทางนางทริญา รับเรื่องร้องทุกข์จากนายโตแล้ว ได้มอบหมายให้ทางปลัดอำเภอที่ดูแลงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ดำเนินการติดต่อกับทางเจ้าหนี้เงินกู้ของนายโตที่ติดค้างอยู่ทั้ง 3 ราย ปรากฏว่าสามารถไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจได้ 2 ราย ส่วนอีก 1 รายที่เหลือยังติดต่อไม่ได้