ชัชชาติ สั่งทบทวนเด็กหยุดเรียนวันฝุ่นเยอะ กลัวผลักภาระพ่อแม่ พร้อมทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้มากขึ้น

20.12.23 | 13:07 น.

ชัชชาติ สั่งทบทวนเด็กหยุดเรียนในวันฝุ่นเยอะ กลัวผลักภาระพ่อแม่ พร้อมทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. และผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายห้องเรียนปลอดฝุ่น กทม. ที่โรงเรียนวัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัล มาตรฐานห้องเรียนปลอดฝุ่นในระดับดีเลิศ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายชัชชาติกล่าวว่า โรงเรียนวัดวิมุตยาราม เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีการขับเคลื่อนนโยบายห้องเรียนสู้ฝุ่น และห้องปลอดฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการสร้างองค์ความรู้ให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ การวัดค่า และความรุนแรงของปัญหาฝุ่นในแต่ละระดับ มีการปักธงแสดงสีคุณภาพอากาศในจุดต่างๆ ทั่วโรงเรียน เพื่อนำไปสู่การรับรู้ และการป้องกันตนเองอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการป้องกันฝุ่นในกลุ่มเด็กนักเรียน

นายชัชชาติกล่าวว่า คงต้องมีการทบทวนเรื่องการหยุดโรงเรียนตอนฝุ่นเยอะเพราะเหมือนเป็นการผลักภาระให้พ่อแม่มาดูแลเด็กแทน ซึ่งบางทีมีข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย ด้านชุมชน ที่ไม่มีห้องปลอดฝุ่น และไม่มีคนดูแล โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ไปศึกษารายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ กทม.จะเพิ่มห้องเรียนปลอดฝุ่นให้ได้เยอะที่สุด และครอบคลุมเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้มากที่สุด

Advertisement

“มีคนถามว่าทำไมฝุ่นเยอะแต่ทำไมไม่ให้เด็กอยู่บ้าน เด็กบางคนอาจจะโชคดี มีห้องแอร์มีคนดูแล แต่เด็กจำนวนมากในชุมชน ต้องออกมาวิ่งเล่นข้างนอก ไม่มีใครดูแล เพราะพ่อแม่ออกไปทำงานหมด ถ้าเราสร้างพื้นที่ปลอดภัย แล้วให้เด็กอยู่กับเราก่อน ก็ดูแลเขา จนถึงเวลาเลิกเรียน แล้วค่อยกลับบ้านอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายศานนท์กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเร่งดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันในหลายโรงเรียนสังกัด กทม. โดยเน้นการทำที่โรงเรียนสำหรับเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางก่อน โดยมีห้องเรียนที่วางเป้าหมายไว้ 1,743 ห้อง ที่จะต้องมีการปรับปรุงในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และปรับปรุงห้องให้เป็นห้องระบบปิด โดยในช่วงเดือน พ.ย.จนถึงปัจจุบันได้เร่งทำไปแล้วถึง 758 หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของเป้าที่วางไว้

“นอกจากนี้ยังนำความรู้เข้าไปในหลักสูตร สร้างความตระหนักให้กับเด็ก โดยเด็กจะถ่ายทอดความรู้ไปยังครอบครัว และครอบครัวส่งต่อไปยังชุมชน รวมถึงการนำเรื่องภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ไปบูรณาการกับวิชาอื่นๆ” นายศานนท์กล่าว

ด้านนายชัชชาติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ได้เร่งดำเนินการจัดการฝุ่นที่เกิดจากการปล่อยควันดำ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ระบบสันดาป (เครื่องยนต์ดีเซล) โดยจะมีการรณรงค์ให้เจ้าของรถหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามรอบการใช้งานอย่างถูกต้อง ซึ่งจะสามารถช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ได้กว่าร้อยละ 10-15 และในต้นปี 2567 จากความพยายามของรัฐบาลส่งให้มีการเปลี่ยนมาตรฐานน้ำมันเป็น EURO 5 เชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยฝุ่นได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

“ฝุ่นเกิดขึ้นจากพวกเรา ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ขอให้พวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ ถ้าทุกคนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองในช่วงนี้ เชื่อว่าจะลดฝุ่นได้จำนวนมากเลย” นายชัชชาติกล่าว