เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 20 มกราคม 2560 ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ทำความสะอาดบริเวณสนามหลวงและโดยรอบพระบรมมหาราชวัง โดยได้ความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสากว่า 2,000 คน โดยเป็นการคืนความสะอาดให้กับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพได้รับความสะดวก โดยได้แบ่งพื้นที่ทำความสะอาดออกเป็น 14 โซน ประกอบด้วยพื้นที่ภายในสนามหลวง 7 โซน และพื้นที่โดยรอบ 7 โซน ซึ่งได้มีการทำความสะอาดพื้นถนนและทางเท้า จัดเก็บขยะ การขัดพื้นดูดฝุ่น ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ รวมทั้งกำจัดและป้องกันสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคต่างๆ ด้วย
โดย พล.ต.อ.อัศวินให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากทางสำนักพระราชวังประกาศงดสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 20-21 ม.ค. เนื่องจากมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ครบรอบการสวรรคต 100 วัน ทาง กทม. จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่ใกล้เคียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.), ทหาร, ตำรวจ, กระทรวงมหาดไทย และประชาชนจิตอาสาจากหลายภาคส่วนมาร่วมกันทำความสะอาดใน 2 วันนี้ ซึ่ง กทม.เองก็ได้เริ่มทำไปแล้วเมื่อคืน โดยได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูงไปล้างตามท่อรอบสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง และตามถนนราชดำเนิน ส่วนวันนี้ทางกลุ่มจิตอาสาก็ได้มาร่วมด้วย บางกลุ่มก็นำอุปกรณ์ทำความสะอาดมามอบให้ นอกจากนี้ ทาง กทม.จะมีการเคลื่อนย้ายรถสุขาเคลื่อนที่ไปยังข้างสนามหลวง เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้บริเวณรอบเต็นท์นิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ดูสวยงาม และนอกจากทำความสะอาดแล้วยังจะมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา และตรวจระบบกล้องวงจรปิดบริเวณรอบสนามหลวงและจุดคัดกรองต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ ตามที่ประชุม กอร.รส. ได้มีมติย้ายเต็นท์ประกอบอาหารไปยังนอกพื้นที่สนามหลวง เพื่อให้มีพื้นที่รองรับประชาชน และเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ที่มีการจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ บรรดาเต็นท์ประกอบอาหารต่างๆ เช่น เต็นท์มูลนิธิร่วมกตัญญู, เต็นท์กองทัพธรรม ได้เริ่มขนย้ายอุปกรณ์เครื่องครัวประกอบอาหารออกนอกพื้นที่แล้ว โดย กทม.ได้เรียกประชุมตัวแทนจากทั้ง 17 กระทรวง และจิตอาสาภาคเอกชนที่ประกอบอาหารจัดเลี้ยง เพื่อจัดหาแนวทางการย้ายเต็นท์ออกนอกพื้นที่สนามหลวง และแนวทางการจัดเลี้ยงประชาชนหลังครบ 100 วัน

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ภายในวันที่ 21 มกราคมนี้ จะให้ผู้ประกอบอาหารย้ายออกจากภายในท้องสนามหลวงทั้งหมด เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการพื้นที่ และจะให้กระทรวงต่างๆ ทั้ง 17 กระทรวงเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพแทน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3-4 กระทรวงต่อเดือน จะเริ่มทำตั้งแต่ ม.ค.- ก.ย. ซึ่งจะไม่มีการประกอบอาหารในสนามหลวงอีก แต่ถ้าทางมูลนิธิ จิตอาสา หรือเอกชน ต้องการประกอบเลี้ยงต่อก็สามารถทำได้ แต่ให้ทำนอกสนามหลวง ซึ่ง กทม.ได้เตรียมพื้นที่บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผมไว้ สามารถรองรับได้ทั้งหมด 12 เต็นท์ โดยจะแบ่งการแจกอาหารให้ประชาชนเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ทางกระทรวงต่างๆ จะนำมาอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วมาบริการแจกประชาชนที่มาต่อคิวสักการะพระบรมศพในพื้นที่ท้องสนามหลวง ซึ่งจะนำไปแจกตามที่นั่ง โดยเบื้องต้นจะแจก 3 ช่วงเวลาคือ 06.00 น., 11.00 น. และ 17.00 น.
“ในการแจกอาหารส่วนที่สอง ทางภาคเอกชน จิตอาสา และมูลนิธิต่างๆ จะให้บริการอาหารกับประชาชนที่อยู่พื้นที่รอบนอกสนามหลวง ซึ่งจะเป็นประชาชนที่เพิ่งเดินทางมาถึง หรือสักการะพระบรมศพเสร็จแลัวกำลังจะเดินทางกลับ หรือประชาชนที่มาในพื้นที่นี้ แต่ไม่ใช่ประชาชนที่รอคอยอยู่ด้านในท้องสนามหลวง โดยจะมีจุดแจกอาหารรองรับ 3 จุด คือ บริเวณท่าช้าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวัดมหาธาตุ ทั้งนี้ พื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศเหนือ หลังจากนำเต็นท์ประกอบอาหารออกแล้ว ก็ต้องเตรียมพื้นที่สำหรับประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้” นายจักกพันธุ์กล่าว


