นารา เครปกะเทย สุดดีใจ ร่ำไห้โผกอดญาติ ศาลอาญายกฟ้อง 112 

21.12.23 | 12:16 น.

นารา เครปกะเทย สุดดีใจ ร่ำไห้โผกอดญาติ ศาลอาญายกฟ้อง 112 

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ2244/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือ นารา เครปกะเทย อายุ 24 ปี เป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

โดยอัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2565 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันด้วยการร่วมกันผลิตจัดทำภาพยนตร์โฆษณาขนาดสั้น และภาพนิ่งอันมีลักษณะเป็นการล้อเลียน พาดพิงสถาบัน เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ของบริษัท ลาซาด้า จำกัด โดยจำเลยมีหน้าที่ เป็นผู้ผลิต จัดทำและร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณาด้วย

โดยวันนี้ มีการเบิกตัวนายอนิวัตจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ศาลอาญา พิพากษา ยกฟ้อง ม.112 นาราเครป กะเทย ปมทำแคมเปญโฆษณาดัง

Advertisement

โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่โจทก์เบิกความว่าการกระทำของจำเลยขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ศาลมองว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับหมวดพระมหากษัตริย์บัญญัติเพื่อคุ้มครองสถาบันฯป้องกันการถูกฟ้องร้อง มีเจตนาให้อยู่เหนือการเมือง ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ แต่บทบัญญัตตามมาตรา 6 ที่โจทก์อ้างจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

การตีความว่าเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทหรือไม่นั้น ประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติพฤติการณ์ไว้เป็นการเฉพาะ การตีความว่าการกระทำเป็นการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทจึงตีความตามประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานดูหมิ่น และหมิ่นประมาทฯเป็นการทั่วไป มิให้ตีความโดยกว้าง ส่วนจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ เห็นว่าการกระทำต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงให้ร้ายฯ จึงจะเข้าองค์ประกอบความผิด ในส่วนคำว่าอาฆาตมาดร้าย เมื่อไม่มีบัญญัติไว้จึงต้องตีความตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งแปลความหมายว่าต้องเป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งร้าย ที่โจทก์เบิกความว่าเป็นการแสดงออกล้อเลียน

ศาลไม่ได้พิเคราะห์จากผู้กล่าวหาซึ่งพยานโจทก์เป็นผู้จงรักภักดี เป็นเพียงฟังประกอบการพิจารณา เมื่อพิจารณาทั้ง 2 คลิปการแสดงออกกิริยาต่างๆ หากพิจารณาด้วยความเป็นกลาง บุคคลย่อมแต่งตัวเช่นนั้นได้ จำเลยไม่ได้มีการติดเครื่องหมายสัญลักษณ์ของสถาบันฯหรือการต่อต้านสถาบันฯและจำเลยไม่ได้มีการแสดงความปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ แต่เป็นการทำคลิปเพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นหลัก การแสดงออกไม่ได้เป็นการมุ่งร้าย พยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่เพียงพอว่าจำเลยมีเจตนาหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้าย พยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยลงโทษจำเลยได้

ในส่วน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เห็นว่าเป็นการจัดทำคลิปเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าตามปกติทั่วไปไม่มีใส่ความให้ประชาชนรู้สึกขัดแย้ง แต่เป็นการเสนอการขาย การกระทำไม่กระทบต่อความมั่นคง จึงไม่เป็นความผิด

ในส่วนเรื่องความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เห็นว่าจำเลยได้นำวิชาการด้านการตลาดมาเสนอให้ผู้บริโภคทราบถึงภาวะตลาดสินค้าโดยทั่วไปมิได้มีเจตนาในการด้อยค่าผู้พิการ ไม่ได้เป็นการยั่วยุ แม้มีการจัดแคมเปญ555 โดยไม่ระบุวันเวลาเริ่มต้นสิ้นสุด แต่การโฆษณาต่อเนื่องกันผู้บริโภคย่อมเข้าใจและสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ย่อมทำให้เข้าใจเพียงพอแล้ว

การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามที่ถูกกล่าวหาตามฟ้องพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอนิวัต หรือ นารา ยกมือไหว้ย่อขอบคุณศาลพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นโผกอดญาติ ทนายด้วยความดีใจและสวมกอดกับเพื่อนที่มาให้กำลังใจ

นายขจรศักดิ์ อื้อศรีสกุล ทนายความของนายอนิวัต หรือนารา กล่าวว่า วันนี้ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากมองว่าการกระทำของนาราไม่มีความผิด ในข้อหา หมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้าย สถาบัน หรือเข้าองค์ประกอบ การกระทำความผิดในมาตรา 112 รวมทั้งยกฟ้องในเรื่องพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์รวมถึง ข้อหาคุ้มครองผู้บริโภคก็ยกฟ้องเช่นกัน เป็นไปตามที่ทนายได้วางแนวทางต่อสู้เกี่ยวกับองค์ประกอบความผิดและเจตนา การทำคลิปเพื่อโฆษณาตามที่ได้รับการจ้าง ในเนื้อหาไม่ได้มุ่งเจาะจงสิ่งใดเป็นพิเศษนอกจากการโฆษณาสินค้า ในบริบทไม่มีเรื่องสี ธงสัญลักษณ์ ไม่มีสิ่งใดเป็นการสื่อถึงเลย ส่วนการแต่งกายนั้นศาลท่านเขียนในคำพิพากษาว่า ใครก็สามารถแต่งกายได้ ส่วนการที่เขาว่าหมิ่นประมาทหรือไม่ต้องดูบริบทจากความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไป จะไม่ดูจากแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

ด้านนายปริวัตร ศรีวิลาศ ทีมทนาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การโฆษณานั้นก็ทำได้อย่างเสรี ตามรัฐธรรมนูญ ให้ทำได้โดยอิสระแต่การที่จะไปโฆษณา ให้บุคคลทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ก็ไม่เห็นด้วยและไม่ควรทำ

หากทางฝ่ายอัยการโจทก์อุทธรณ์ ตามหน้าที่ของทนายก็พร้อมจะสู้คดีต่อ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งคดี 112 ศาลท่านเมตตาให้นายอนิวัต หรือนารา ได้รับการประกันตัวทุกครั้ง แต่ทางตัวนารานั้นถูกคุมขังในคดีอื่น ดังนั้นถึงศาลจะยกฟ้องในคดีนี้ก็ไม่ได้รับการปล่อยตัว

นายขจรศักดิ์กล่าวต่อว่า ถ้าเฉพาะในคดีนี้ตามคลิป พวกตนทีมทนายมองว่าเป็นการทำการประชาสัมพันธ์ โฆษณา แต่พฤติกรรมในส่วนอื่นๆ ของจำเลยก็ต้องว่ากันไปอีกเรื่อง พวกตนยืนยันว่าหากกระทำความผิด ก็จะไม่สนับสนุน หากข้อไหนไม่ผิดก็ต้องสู้ไปตามกระบวนการเพื่อพิสูจน์

นายขจรศักดิ์กล่าวต่อว่า หากทำผิดได้รับการลงโทษเฉพาะในสิ่งที่ผิดจริงๆ เท่านั้น ถ้าไม่ผิดก็ต้องปล่อยให้พ้นผิดไป เป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมาย ส่วนจะมีการเลียนแบบต่อไปในอนาคตหรือไม่นั้นก็ต้องดูเป็นเคสๆ ไป เพราะเวลาศาลวิเคราะห์ ท่านจะดูจากพยานหลักฐานและองค์ประกอบทั้งหมด ทนายไม่อาจก้าวล่วง

ในส่วนสำนวนของนายกิตติคุณ ธรรมกิติราษฎร์ หรือมัมดิว กับพวกรวม 4 ราย จำเลยร่วมในคดีถูกพนักงานอัยการคดีอาญายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีดำ อ.1405/66 และคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ของศาล โดยขณะนี้มัมดิว ได้รับการประกันตัวและหลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมัน