วันที่ 20 มกราคม 2560 นายสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า กรณีชาวชุมชนสมานมิตร เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ คัดค้านบริษัทเอกชนที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือไม่ให้ก่อสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือในชุมชน เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อชุมชนที่อยู่รอบข้าง มีชาวบ้านยื่นคัดค้านมา 2 รอบแล้ว โดยรอบแรกหลังจากบริษัทเอกชนยื่นขออนุญาตก่อสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือพร้อมแบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ต่อมามีชาวบ้านร้องคัดค้านเทศบาลเมือง (ทม.) อุตรดิตถ์สั่งระงับการก่อสร้าง จากนั้นบริษัทเอกชนไปทำประชาคมนำมายื่นขออนุญาตอีกครั้ง ทม.อุตรดิตถ์ก็ต้องอนุญาตตามขอภายใน 30 วัน หากไม่อนุญาต ทม.อุตรดิตถ์ก็จะต้องถูกบริษัทฟ้องร้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ชาวชุมชนสมานมิตรนำรายชื่อผู้อาศัยในชุมชนสมานมิตร 54 คน และผู้ทำงานในพื้นที่ก่อสร้างเสาส่งสัญญาณ 26 คน รวม 80 คน ยื่นคัดค้านเป็นครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า ในระยะแรกสัญญาณอาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบเสา แต่ในระยะยาวมีผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ฉุนเฉียวง่าย ซึมเศร้า สูญเสียความทรงจำ คลื่นไส้ และปัญหาในการมองเห็น อย่างไรก็ตาม การยื่นขออนุญาตก่อสร้างเสาส่งสัญญาณดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีประชาคมชาวบ้านแนบมาก็ได้ แต่การประชาคมจะใช้ประกอบก็ต่อเมื่อบริษัทยื่นขอเปิดส่งสัญญาณโทรศัพท์ต่อคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)” นายสำราญกล่าว
ด้านนางศิริพร อมรธรรม อายุ 63 ปี ชาวชุมชนสมานมิตร ทม.อุตรดิตถ์ แกนนำผู้ร้องคัดค้านการก่อสร้างเสาส่งสัญญาณ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปยังนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ และ กสทช.เพื่อคัดค้านจนถึงที่สุด เนื่องจากการยื่นขออนุญาตก่อสร้างต่อหน่วยงานราชการของบริษัทเอกชนมีขึ้นหลังจากการก่อสร้างล่วงหน้า และไม่มีการทำประชาคม แต่การทำประชาคมก็ไม่ถูกต้อง เนื่องจากคนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้ถูกเชิญและไม่เคยทราบเรื่องของการทำประชาคม
“การที่ ทม.อุตรดิตถ์ออกมาระบุว่า การยื่นขออนุญาตก่อสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ไม่ต้องทำประชาคมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญก็ระบุไว้ว่า สิ่งใดที่จะดำเนินการในท้องถิ่นหรือกระทบต่อประชาชนจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกครั้ง และอยากให้ทาง ทม.อุตรดิตถ์ ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ ตลอดจน กสทช.ทำการตรวจสอบกระบวนการทำประชาคมว่าถูกต้องหรือไม่” นางศิริพรกล่าวและว่า การยื่นศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ ยื่นไป 2 ครั้งแล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย หรือหน่วยงานไม่สนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเลย จึงไม่ใส่ใจเช่นนี้”

