จับผัว-เมียหลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า

22.12.23 | 16:10 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 และ พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.1 บก.สอท.2 พ.ต.ท.ชนทัช วุฒภัทรโสภณ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.อโนทัย ดียิ่ง สว.กก.4 บก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 ร่วมกับ พ.ต.ท.วรศักดิ์ รอดสัมฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.สอท.2, พ.ต.ท.กัณห์พิพัฒน์ ปันแสน สว.กก.1 บก.สอท.2
พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 จับกุมน.ส.บุสราภรณ์ อายุ 28 ปี ชาวอุดรธานี และ นายประมวล อายุ 36 ปี ชาวบึงกาฬ ได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการหลอกลวกผู้อื่น


จากนั้นพาผู้ต้องหาตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่มโดยมีทั้งบัญชีธนาคารของผู้เสียหายที่เป็นผู้พิการและเหยื่อรายอื่นที่ถูกหลอกลวงให้เปิดบัญชีตรวจพบเอกสารประจำตัวของบุคคลอื่นอีกกว่า 20 แผ่น และตรวจสอบเบื้องต้นระบบรับแจ้งความออนไลน์พบผู้เสียหายที่ถูกหลอกเปิดบัญชีลักษณะดังกล่าวอีกอย่างน้อย 7 ราย รวมมูลค่ากว่า 660,000 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.2 ดำเนินคดีความผิดฐาน “ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ อันเป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, นำบัตรของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร”

สืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้พิการเข้าแจ้งความเนื่องจากตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้าโดยพฤติการณ์ของมิจฉาชีพมักแฝงตัวในกลุ่มหางาน โดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตารทักแชทเพื่อสนทนาส่วนตัวกับผู้เสียหายที่เข้าหางานในกลุ่มดังกล่าว จากนั้นอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบุคคลของบริษัทต่างๆ ขอนัดสัมภาษณ์งานกับผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายเตรียมเอกสารสำหรับสมัครงาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองคุณวุฒิการศึกษา หากเป็นคนพิการก็นำสำเนาหนังสือรับรองคนพิการและรูปถ่ายหน้าตรงของผู้เสียหาย จากนั้นจะนัดพบกับผู้เสียหายบริเวณศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านนวนคร จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่นัดพบ

เมื่อถึงเวลาตรวจเอกสารมิจฉาชีพจะอ้างว่าผู้เสียหายถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาไม่ถูกต้องจะขออาสานำบัตรไปถ่ายสำเนาให้ เมื่อนำบัตรประจำตัวประชาชนมาคืนผู้เสียหายแล้ว ต่อมาจะใช้อุบายว่ารูปถ่ายผู้เสียหายที่นำมาใช้ไม่ได้ จึงขอใช้โทรศัพท์มือถือของมิจฉาชีพถ่ายให้แทนเพื่อส่งให้กับบริษัทโดยตรง หรืออาจจะอ้างว่าเพื่อใช้ทำข้อมูลการสแกนใบหน้าสำหรับเข้า-ออกบริษัท แต่แท้จริงแล้ว คือการหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร โดยใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชนตัวจริงที่อ้างว่าขอไปถ่ายสำเนาก่อนหน้านี้ เมื่อมิจฉาชีพได้ข้อมูลครบแล้วจะออกอุบายว่าไปทำธุระโดยให้ผู้เสียหายรอ สุดท้ายหลบหนีไปจนภายหลังผู้เสียหายพบว่าประวัติการสนทนาผ่านแชทในมือถือได้ถูกยกเลิกข้อความ และมิจฉาชีพบล็อกบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้อีก ต่อมาผู้เสียหายพบว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกดำเนินคดีเนื่องจากบัญชีธนาคารที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวงผู้อื่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เปิดบัญชีดังกล่าว

Advertisement