รวบสาวมิจฉาชีพหลอกเหยื่อทำพาร์ตไทม์กดรับออเดอร์สูญเงินครึ่งแสน

24.12.23 | 14:54 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ต.ท.วีระศักดิ์ แก้วเนียม รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3, พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์, พ.ต.ต.ขจร แย้มชม และ พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 ร่วมกันสืบสวนจับกุม น.ส.สุกัญญา (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 38 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ได้ที่ริมถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าทองหลาง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายพบโพสต์ข้อความรับสมัครงานพาร์ตไทม์ในเฟซบุ๊กประกาศลักษณะ “รับสมัครผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ รับสินค้า รับคำสั่งซื้อสินค้า สามารถทำงานอยู่บ้านได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เพียงกดรับคำสั่งซื้อผ่านมือถือ อยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้ เพียงอายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา มีเจ้าหน้าที่สอนงานให้ฟรี ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ รับประกันรายได้มั่นคง ตั้งแต่ 300-2,000 บาทต่อวัน หากสมัครวันนี้จะได้รับโบนัสฟรี” ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงกดเข้าไปในลิงก์ที่โพสต์ไว้

ต่อมาผู้เสียหายแอดไลน์ เพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดงานโดยมิจฉาชีพจะให้ผู้เสียหายกดรับออเดอร์โดยมีผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น 20-30% ต่อหนึ่งงาน ผู้เสียหายหลงเชื่อตามนั้นจึงลงทะเบียนตามขั้นตอนที่คนร้ายแจ้งโดยมิจฉาชีพให้ผู้เสียหายทดลองโอนเงินก่อน 100 บาท เพื่อทดลองงานจากนั้นผู้เสียหายเข้าไปในลิงก์ที่คนร้ายส่งให้เมื่อพบว่ามียอดเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้าไปเป็นเงิน 100 บาท จากนั้นจะพบรายการสินค้าที่คนร้ายแจ้งพร้อมราคา โดยมีเงื่อนไขว่าหากสินค้าราคาสูงแต่ยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอทางร้านจะแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม โดยค่าคอมมิชชั่นในแต่ละงานจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้เสียหายทันทีเมื่อจบงาน ครั้งที่ 1 ผู้เสียหายโอนเงินทดลองงานไป 100 บาท พบว่าได้รับเงินกลับมา 20 บาทจริง และครั้งที่ 2 จำนวน 500 บาท พบว่าได้รับกลับมา 170 บาท เมื่อเห็นว่ามีรายได้ดีจึงหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 90 บาท – 38,530 บาท โดยผู้เสียหายโอนไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง รวมเป็นเงิน 60,755 บาท ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกจากระบบปรากฏว่าถอนไม่ได้ โดยคนร้ายแจ้งว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มเข้าไปในระบบอีก 38,530 บาท เพื่อให้ถึงจำนวนขั้นต่ำที่สามารถถอนได้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น จึงนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป