ผู้ว่านนท์ลงพื้นที่รถไฟฟ้าสายสีชมพู เร่งสั่งการเก็บกู้รางไฟที่หลุดลงมา พร้อมให้ตรวจสอบหาสาเหตุ
จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุ เหล็กรางส่งกระแสไฟรถไฟฟ้าสายสีชมพูวิ่งระหว่างแคราย-มีนบุรี ร่วงหล่นลงมาใส่รถยนต์เสียหายหลายคัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนี้รางรถยังได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวจนเกิดการระเบิดขึ้นได้รับความเสียหายจนเสาเอียง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจรด้านขวา 1 ช่องทาง
ล่าสุดหลังเกิดเหตุรางเหล็กจ่ายกระแสไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูร่วงหล่นทับรถของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายคัน ทางเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าสายสีชมพู เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ส่งเจ้าหน้าที่หลายสิบคนพร้อมรถยก รถเครนขนาดใหญ่ และอุปกรณ์ที่จำเป็นเข้าทำการกู้รางเหล็กดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ธ.ค.66 นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาจุดเกิดเหตุพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเก็บกู้รางเหล็กจ่ายกระแสไฟฟ้าของรถไฟฟ้าสายสีชมพูอย่างเร่งด่วน พร้อมสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงสาเหตุของการร่วงหล่นของรางเหล็กจ่ายกระแสไฟฟ้าดังกล่าวว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และให้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่เกิดความเสียหายขึ้นไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย

นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าฯนนทบุรี กล่าวว่า เวลาประมาณ 04.00 น. ระบบจ่ายไฟที่มีลักษณะคล้ายรางเหล็กได้ตกลงมาถึงพื้นระยะทางประมาณ 100 เมตร บริเวณหน้าตลาดกรมชลประทานค้างอยู่จนมาถึงแคราย มีบางส่วนได้ตกใส่รถยนต์ที่กำลังจอดอยู่ด้านล่างทั้งหมดประมาณ 4 คัน ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางวิศวกรและบริษัทที่เป็นผู้รับติดตั้งระบบจ่ายไฟกำลังเร่งตรวจสอบ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการประคองรางไฟขึ้นไปเพื่อไม่ให้เกิดการดึงส่วนที่กำลังค้างอยู่ตกลงมาเพิ่มได้อีก ซึ่งอาจทำให้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นและได้มีการนำรถยนต์ออกจากบริเวณจุดดังกล่าวทั้งหมดแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังค่อยๆ ถอดรางเหล็กออกทีละส่วน คาดว่าหลังจากถอดแล้ว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าติดตั้งและจ่ายไฟได้ปกติ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างระมัดระวัง จากที่ตกลงมายืนยันว่าไม่ใช่รางรถไฟ แต่เป็นรางจ่ายไฟที่ประกบด้านข้างของบริษัทที่รับติดตั้งให้กับรถไฟฟ้า ส่วนสาเหตุยังต้องรอวิศวกรตรวจสอบต่อไป

เบื้องต้นคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณครึ่งวันจึงจะแล้วเสร็จ ส่วนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบ เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เท่าที่ดูเป็นเพียงร่องรอยเล็กน้อย แค่หลังคารถบุบ คิดว่าความเสียหายไม่เท่าไหร่ โชคดีที่เวลาเกิดเหตุเป็นช่วงเช้ามืดทำให้ไม่ค่อยมีคนออกมาพลุกพล่านมากกว่านี้
ขณะที่ พ.ต.ต.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จราจร สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดถนนบริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าวจากถนน 3 เลน เปิดให้วิ่งสัญจรได้เพียง 1 เลน ตั้งแต่จุดกลับรถหน้าตลาดกรมชลประทาน ไปถึงสามแยกไฟแดงสามัคคี ถ.ติวานนท์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปฏิบัติการเก็บกู้รางเหล็กจ่ายกระแสไฟฟ้าดังกล่าวโดยคาดว่าจะทำการเก็บกู้แล้วเสร็จน่าจะไม่เกิน 12.00 น.วันนี้ จึงฝากเตือนประชาชนที่ใช้ถนนสัญจรในเส้นทางดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.ปากเกร็ดพบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากรางจ่ายกระแสไฟรถไฟฟ้าร่วงใส่รถยนต์จนได้รับความเสียหายหลายคัน ต่างทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สอบถามนายศุภพงศ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านแอร์ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังเดินซื้อของอยู่ภายในตลาดกรมชลประทาน ก็ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง จึงรีบเดินออกมาดู ก็พบว่ารถเก๋งของตนที่จอดอยู่ใต้แนวรางรถไฟฟ้าด้านเลนขวาสุด ถูกรางของรถไฟฟ้าที่ร่วงลงมาทับและสะบัดไปมาอยู่ที่รถของตน จนได้รับความเสียหายรอบคันทั้งกระจกมองข้างหัก หลังคารถบุบ ตัวรถมีรอยบุบจากการถูกแรงกระแทกรอบคันได้รับความเสียหาย แต่ยังโชคดีที่สามารถนำรถออกมาจากจุดเกิดเหตุได้ ส่วนรถอีกคันที่จอดอยู่ข้างหลังรถของตนถูกรางรถไฟฟ้าทับแทบจะขาดครึ่งคันไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ โชคดีที่ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในรถไม่เช่นนั้นคงได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย หลังเกิดเรื่องได้ขับรถเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน กับทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูให้เข้ามารับผิดชอบความเสียหายที่รถของตนได้รับ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี อาชีพรับราชการ หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตนได้ขับรถเก๋งมาส่งแม่และแฟนสาวที่ตลาดดังกล่าวเพื่อซื้อของ โดยตนรออยู่ภายในรถ สักพักก็ได้ยินเสียงดังมาก ก่อนจะเห็นว่ารางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูได้ร่วงลงมาทับรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างล่างด้านหน้ารถตนเป็นทางยาวซึ่งรถของตนก็โดน ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกรีบขับรถออกจากจุดดังกล่าวหนีตายออกมา พอมองไปก็เห็นว่ารางของรถไฟฟ้ายังไปดึงสายไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวล้มตามลงมาด้วยจนเกิดการระเบิดขึ้นหลายครั้ง โชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมีเพียงรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายแทบจะทั้งคัน จึงได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน หลังเกิดเรื่องยังไม่ได้รับการติดต่อหรือมีเจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้ามาดูแลรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด มีแต่ประกันรถของตนเท่านั้น

