ตำรวจท่องเที่ยวเจ๋งนำร่องโครงการชุมชนท่องเที่ยว 10 แห่ง -ตั้งศูนย์ฯดูแลนทท.

25.12.23 | 14:43 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(บช.ทท.) พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. เปิดเผยมาตรการ บช.ทท.กำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เเก่นักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดยเเบ่งออกเป็น 3 เรื่องสำคัญ 1.การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย โดยจัดทำ โครงการชุมชนท่องเที่ยว(Strong Tourism Community : S.T.C ) ขึ้นโดยระยะแรกกำหนดพื้นที่นำร่อง 10 แห่งที่มี นักท่องเที่ยวหนาแน่น 1.ถนนข้าวสาร กทม. 2.ซอยคาวบอย กทม. 3. ถนนคนเดินพัทยา จังหวัดชลบุรี 4. ชุมชนวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5. ถนนคนเดินเชียงคาน จังหวัดเลย 6. ถนนคนเดินประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ 7. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก 8. ชุมซนฟิชเชอร์แมน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 9. ถนนคนเดินบางลา ภูเก็ต และ 10. ถนนเสน่หาอนุสรณ์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยโครงดังกล่าวเป็นการประยุกต์แนวทางของโครงการ สมาร์ท เซฟตี้ โซน (Smart Safety Zone) มาปรับใช้ ให้ตำรวจท่องเที่ยวเป็นผู้ขับเคลื่อนและประสานงานสร้างภาคีเครือข่าย หารือแนวทางและดำเนินการร่วมกัน โดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง พร้อมจัดให้มีอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวอย่างน้อย 20 นาย ต่อชุมชน ร่วมทำงานเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่เข้มเเข็ง


2. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ( Command and ControlOperation Center : CCOc) ให้ตำรวจภูธรทุกจังหวัดร่วมบูรณาการดูแลความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักของนักท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยในกรอบของ CCOC นี้ ตำรวจท่องเที่ยวยังพัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน 1155 ของบช.ทท. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษาถึง 5 ภาษา ทำหน้าที่รับแจ้งเหตุและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ให้สามารถรวมสายกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 191และสายด่วน 1669 เพื่อช่วยประสานงานให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอความช่วยเหลือได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

3. เป็นฝ่ายประสานงานให้กับหน่วยงานต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ที่ประจำประเทศไทย (Focal Point) โดยฝ่ายต่างประเทศ บช.ทท. มีช่องทางเฉพาะในการติดต่อประสานงานกับสถานทูตต่างๆ ฝ่ายต่างประเทศจะทำหน้าที่ประสานข้อมูลเพื่ออัพเดทสถานการณ์ที่ควรแจ้งเหตุสำคัญเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวรวมถึงรับคำขอความช่วยเหลือจากสถานทูต ทั้งนี้สถานทูตเองก็มีส่วนสำคัญในการช่วยสื่อสารให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประซาชนของตนถือเป็นการทำงานร่วมกันในมิติระหว่างประเทศด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา พาเยี่ยมชมศูนย์รับเเจ้งเหตุ 1155 ของบช.ทท.ที่มีเจ้าหน้าที่รับเเจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือนักท่องที่สามารถรองรับภาษาในการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ,จีน,ญี่ปุ่น,เกาหลีและรัสเชีย ที่พร้อมบริการนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement