สืบนครบาลรวบ ‘แอ็ด พนมทวน’ ขายบัญชีให้มิจฉาชีพ ใช้หลอกลวงคนอื่น

26.12.23 | 11:50 น.

พี่ซานต้าหน้าโหด ขอเปิดโหมดออกล่า สืบนครบาลรวบ ‘แอ็ด พนมทวน’ รับจ้างเปิดบัญชีม้า หลอกมีคนส่งทำงาน


ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบในห้วงการระดมปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2567

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ร.ต.ท.พีระเกียรติ ศิริฤทัยวัฒนา ร.ต.ท.ไพโรจน์ บุรีรักษ์ ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ สนิทไทย ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายอภิชัย หรือ แอ็ด อายุ 37 ปี ชาว อ.พนมทวน จ.กาญจบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 515/2566 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ที่โรงงานเหล็ก ถนนแสงชูโต ต.ตะค้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบหมายจับนายอภิชัยในฐานระบบพบว่ายังมีหมายจับติดตัวอีก 1 หมาย ของศาลจังหวัดตราด หมายจับที่ 112/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตโดยหลอกลวงนำเข้าสู่คอมพิวเตอซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

Advertisement

พฤติการณ์กล่าวคือ ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอก อ้างเป็นนายหน้าว่ามีเเรงงานที่จะมาทำงานที่ผู้เสียหายได้ประกาศรับสมัครพนักงานปั๊มเเก๊ส เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้มิจฉาชีพโดยโอนเงินเข้าบัญชีชื่อผู้ต้องหาไปจำนวน 20,000 บาท จากนั้นผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย และมีผู้เสียหายอีกรายได้พบประกาศขายรถหัวลากในเฟซบุ๊ก เมื่อผู้เสียหายติดต่อขอซื้อก็ได้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อผู้ต้องหา โดยมัดจำไปจำนวน 5,000 บาท จากนั้นมิจฉาชีพได้รับเงินแล้วปิดเฟซหนีจากระบบ

ในชั้นจับกุม นายอภิชัยรับสารภาพว่า ต้นปี 2566 ขายบัญชีธนาคาร ซึ่งจำไม่ได้ว่าธนาคารอะไรจำนวน 2 บัญชี โดยทำการเปิดบัญชีออนไลน์ จากนั้นได้ขายบัญชีดังกล่าวให้แก่มิจฉาชีพในราคาบัญชีละ 500 บาท หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่ามิจฉาชีพเอาไปหลอกผู้ใด หรือไปกระทำผิดกับใคร

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคาร หรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาดเนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ณ ปัจจุบัน มีอัตราโทษหนักคือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (บัญชีม้า)

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้เป็นธุระจัดหา จ้างผู้อื่นมาเปิดบัญชีม้าก็มีโทษหนักเช่นเดียวกันคือจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (คนจัดหาบัญชีม้า) หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังเพจ สืบนครบาล IDMB ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ