วันที่ 21 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 20 มกราคม ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อม พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกันแถลงจับกุมนายอิทธิพล เขตสุวรรณ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ เคเอสอาร์ สีส้ม-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ใช้ในการก่อเหตุ หมวกนิรภัยเต็มใบ 2 ใบ และโทรศัพท์มือถือ โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 779/85 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม เวลา 23.10-23.30 น. เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธมีดชิงทรัพย์ผู้เสียหาย 2 ราย รายแรกขณะที่นายกิตติศักดิ์ พันธุมาศ ผู้เสียหายรายที่ 1 ยืนหลบฝนอยู่บริเวณหน้าร้านเกมควีนส์ แขวงและเขตห้วยขวาง นายอิทธิพล และ ด.ช.เบิร์ด (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะก่อเหตุ โดย ด.ช.เบิร์ดนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธมีดเข้ามาจี้บังคับให้นายกิตติศักดิ์ส่งมอบโทรศัพท์ให้ นายกิตติศักดิ์จึงได้ส่งโทรศัพท์ให้ไปแต่โดยดี จากนั้นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปด้านหลังมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อผ่านร้านเกมศูนย์การเรียนรู้พบผู้เสียหายรายที่ 2 ขอสงวนชื่อและนามสกุล ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้านเกม นายอิทธิพลขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมา ก่อนที่ ด.ช.เบิร์ดจะลงจากรถทำทีมาสอบถามเส้นทางกับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายบอกเส้นทางไป ด.ช.เบิร์ดกลับอ้างว่าผู้เสียหายมีเรื่องกับนายอิทธิพล จึงใช้อาวุธมีดทำร้ายผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายต่อสู้ป้องกันตัว นายอิทธิพลที่เห็นว่า ด.ช.เบิร์ดสู้ไม่ไหว จึงใช้อาวุธมีดรุมทำร้ายผู้เสียหายก่อนหลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดและไม่มีทรัพย์สินเสียหาย ฝากเตือนพี่น้องประชาชนช่วงเวลากลางคืนควรใช้ความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น เพราะคนร้ายมักเลือกก่อเหตุชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ หากไม่มีความจำเป็นอย่ายืนกดโทรศัพท์มือถือ ควรเก็บทรัพย์สินมีค่าให้มิดชิด
ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายที่ 2 มาชี้ตัวคนร้าย พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ว่า ขณะยืนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่หน้าร้านเกม คนร้ายทำทีมาสอบถามเส้นทางจึงบอกทางให้ ต่อมาคนร้ายอ้างว่าตนไปหาเรื่องพี่ชายที่จอดรถจักรยานยนต์รออยู่ด้านหน้า ตนเห็นท่าไม่ดีจึงเก็บโทรศัพท์มือถือ ต่อมาคนร้ายชักอาวุธมีดออกมาขู่ ตนจึงถีบเข้าที่กลางหน้าอกคนร้าย 1 ครั้ง คนร้ายจึงใช้อาวุธมีด 2 เล่มฟันตน จากนั้นตนจึงใช้ขวดและหมวกกันน็อกป้องกันตัว คนร้ายร่างเล็กกว่าสู้ไม่ไหว คนร้ายอีกคนที่จอดรถจักรยานยนต์รออยู่จึงลงจากรถ ตรงเข้ามาช่วยกันรุมทำร้ายตนอีก แต่ขณะนั้นมีคนเห็นเหตุการณ์เยอะแล้ว คนร้ายจึงกลับไปที่รถจักรยานยนต์ ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถพุ่งชนตนแล้วหลบหนีไป
ขณะที่นายอิทธิพลรับว่า เมื่อ 2-3 ปีก่อนตนเคยเสพกัญชา และเพิ่งจะก่อเหตุเป็นครั้งแรก เนื่องจาก ด.ช.เบิร์ดอายุ 13 ปี ชักชวนก่อเหตุ ส่วนมีดได้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ตนบอกน้องให้รีบกลับแล้วและเอะใจจะไม่เอา แต่น้องอยากได้โทรศัพท์มือถือจึงก่อเหตุขึ้น โทรศัพท์มือถือที่ได้หากนำไปขายจะได้เครื่องละ 2-3 พันบาท อยากฝากว่าไม่ควรเอาของมีค่ามาโชว์ เพราะมันล่อใจโจร
เบื้องต้นนายอิทธิพลรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วน ด.ช.เบิร์ด เจ้าหน้าที่อายัดตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากหลังคนร้ายร่วมกันก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือแล้ว ด.ช.เบิร์ดประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองที่ รพ.กล้วยน้ำไท

