หน้าแรก ในประเทศ น.ร.วัย 15 ป่...

น.ร.วัย 15 ป่วยสุขภาพไม่ดี แต่บ้านยากจน ต้องหาเงิน ดูแลยาย แม่และน้องที่ป่วย

21.01.17 | 12:41 น.

วอนช่วยเหลือ เด็กนักเรียนเมืองนนท์ อายุ 15 ปี ป่วยเป็นโรคหอบหืดและเด็กพัฒนาการทางสมองช้า หรือโรค LD แต่ตั้งใจเรียน ขยัน และช่วยเหลือครอบครัวหารายได้ด้วยการเก็บขวดพลาสติกขายและรับจ้างล้างจาน เพื่อปากท้องอีก 3 ชีวิต

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่โรงเรียนประเสริฐอิลลาม (เส้นเลี่ยงเมืองตัดใหม่) ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังได้รับการประสานจากนางผุสดี หวายนำ ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ว่าได้รับเรื่องรายงานจากนายภูรินท์ พิงภูงา ซึ่งเป็นคุณครูประจำชั้นของนักเรียน ชั้น ม.3/2 ถึงกรณีที่ทางครูประจำชั้นของแต่ละห้องเรียนได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมพบปะพูดคุยกับทางผู้ปกครองตามที่อยู่อาศัยของนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของแต่ละชั้นเรียนทุกคน จนกระทั่งได้ไปพบกับครอบครัวอิสลามของ ด.ช.เจริญ เขตต์บุญพร้อม อายุ 15 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.3/2 ได้อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเล็กที่ขอทางญาติห่างๆ ปลูกสร้างอยู่ มีลักษณะเป็นบ้านไม้ยกสูงที่สร้างจากเศษไม้และเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ สภาพเก่าผุทรุดโทรมมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากเข็ญ และรอบๆ บ้านมีแต่เศษกองสิ่งของเหลือใช้ที่ไม่สามารถนำไปขายต่อได้ และไม่มีแม้กระทั่งห้องน้ำไว้สำหรับใช้อาบน้ำหรือทำธุระส่วนตัว ต้องคอยอาศัยเพื่อนบ้านใกล้เคียงใช้ ส่วนอาหารก็แล้วแต่ทางเพื่อนบ้านหรือร้านอาหารที่ยายรับจ้างล้างจานจะแบ่งปันมาให้กินกัน บางครั้งก็อดมื้อกินมื้อ โดยมีสมาชิกอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน ประกอบไปด้วยยายอายุ 60 ปี ที่มีปัญหาทางสายตามองไม่ค่อยชัด ส่วนแม่อายุ 36 ปีก็เป็นโรค LD และต่อมไทรอยด์โต ไวรัสตับอักเสบบี และลูกสาวคนเล็กสุดวัย 3 เดือน มีลักษณะของร่างกายผิดปกติ มีใบหูซ้ายติดกับหนังศีรษะ โรคตับโต ต่อมไทรอยด์โต และมีอาการติดเชื้อไวรัสทางสมองต้องรอตัวยาที่มาจากต่างประเทศในการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาการที่ รพ.ชลประทานปากเกร็ด

ในส่วนของนมผงที่ใช้ดื่มกินก็ต้องขอเอาตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ขณะที่ทางน้องเจริญ ที่มองว่าน่าจะเป็นกำลังอีกแรงในการช่วยเหลือทางครอบครัวของเด็กในวัยอายุ 15 ปี ที่พอจะทำได้ ก็ยังเป็นเด็กป่วยโรค LD หรือแอลดี (Learning Disabilities) ผู้บกพร่องทางการเรียนรู้หรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ จะช้ากว่าคนปกติทั่วไป และโรคหืดหอบ ทำให้ 4 ชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากรายได้หลักไม่มี นอกจากรายได้อันน้อยนิดมาจาก น้องเจริญ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเดินเก็บหาขวดพลาสติกและของเก่าขายช่วยยาย ทั้งที่ขายายเองก็เดินไม่ค่อยถนัดต้องคอยออกเเรงเข็นรถคันเล็กๆ เดินหาขวดพลาสติกและของเก่าตามตรอกซอกซอยในพื้นที่ละแวกบ้านไม่ไกลนักตามยถากรรม และบางครั้งก็ได้รับความเมตตาสงสารจากร้านขายของริมถนนใกล้บ้านให้น้องเจริญมาช่วยล้างจานให้ที่ร้านขายของเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยเหลือค่าขนมที่ได้รับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายไปโรงเรียนและให้ทางครอบครัวไว้ซื้อข้าวกินประทังชีวิตไปวันๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือทางครอบครัวของน้องเจริญแต่อย่างใด

51

นางผุสดี หวายนำ ผอ.ร.ร.ประเสริฐอิลลาม เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้มีนโยบายส่งคุณครูประจำชั้นของแต่ละชั้นเรียนให้ลงพื้นที่บ้านของนักเรียนในการทำบันทึกประวัติความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัวและพบปะพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ กับทางบิดามารดาของนักเรียนที่สังกัดอยู่ด้วย และหากพบเด็กนักเรียนที่ยากจนจริงๆ ก็จะเสนอทางต้นสังกัดเพื่อมอบทุนการศึกษาให้ด้วย จนกระทั่งไปพบเคสของ ด.ช.เจริญ เป็นนักเรียนชั้น ม.3/2 ที่มีความเป็นอยู่ในสภาพที่ลำบากยากแค้น ประกอบกับมีสมาชิกภายในครอบครัวเจ็บป่วยมีโรคประจำตัวหลายโรคและต้องการความช่วยเหลือจากทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ ซึ่งทางน้องเจริญแม้จะเป็นเด็กป่วยโรคแอลดี ผู้บกพร่องทางการเรียนรู้หรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ จะช้ากว่าคนปกติทั่วไป จะเป็นเด็กที่มีร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์และมีอายุเพียง 15 ปีก็ตาม แต่ก็ได้ทำงานช่วยเหลือหารายได้ให้กับทางครอบครัวโดยไม่ย่อท้อมาตลอด และหากทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมต่างๆ หรือขอความร่วมมือให้นักเรียนช่วยงานในด้านใดก็จะมีน้องเจริญอาสาช่วยงานเป็นคนแรกมาโดยตลอด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเด็กมีความกระตือรือร้นขยันในการช่วยเหลืองานสังคมส่วนรวมมาก ขณะที่น้องเจริญมีความปรารถนาเคยพูดเอาไว้ว่าหากเรียนจบ ม.3 แล้ว อยากจะเรียนต่อด้านสายอาชีพ และอยากเรียนเป็นช่างซ่อมรถยนต์ เพื่อจะได้เอาเงินมารักษาอาการป่วยและเลี้ยงยาย แม่และน้องสาวคนเล็กที่เจ็บป่วยอยู่ไม่ให้ลำบากกัน

Advertisement

54

ขณะที่ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามชีวิตความเป็นอยู่ของ ด.ช.เจริญ เริ่มตั้งแต่ทางโรงเรียนให้นักเรียนประกอบพิธีละหมาดทางศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดประเสริฐอิลลาม ในช่วงเที่ยง หลังเสร็จพิธีละหมาดก็เดินทางมาเข้าเรียนหนังสือตามปกติ จนกระทั่งเลิกเรียนหนังสือและเดินทางกลับบ้านที่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. ซึ่งระหว่างทางน้องเจริญจะคอยเดินตรวจสอบดูตามถังขยะหากพบขวดพาสติกหรือกล่องลังกระดาษและสิ่งของที่จะพอเอาไปขายได้ตามร้านขายของเก่าก็จะเก็บใส่ถุงหรือติดมือกลับไปบ้านด้วยทุกครั้ง และช่วงก่อนถึงบ้านจะนัดเจอกับยาย ตรงพื้นที่โล่งเป็นลานสำหรับให้คนนำสิ่งของหรือขยะเหลือใช้เอามาทิ้งตรงบริเวณนี้ ทางน้องเจริญกับยายก็จะแวะเก็บคัดเลือกสิ่งของชิ้นไหนที่พอจะนำไปขายได้ เพื่อใช้ประทังชีวิตก็จะเอาใส่รถเข็นคันเล็กๆ ช่วยกันเข็นกับยายขนกลับเข้าบ้านด้วย เเละจะนำสิ่งของที่เก็บกลับมาไปให้เเม่ที่คอยเลี้ยงน้องคนเล็กอยู่ช่วยคัดแยกคัดกรองวัสดุอีกครั้ง เพื่อนำไปขายให้ได้ราคามากยิ่งขึ้นเเละนำรายได้อันน้อยนิดนี้เอามาไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัวสำหรับให้ 4 ชีวิตได้ใช้ยังชีพกันต่อไป วอนผู้ใจบุญหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและบริจาคได้ที่ ธ.กสิกรไทย สาขาโลตัส นิชดาธานี ออมทรัพย์ เลขที่ 022-3-37017-9 นายเจริญ เขตต์บุญพร้อม

52