‘ผบช.CIB’ลั่นกลองปี’67
ถอนรากถอนโคนแก๊งคอล
ปราบทุกอิทธิพล
หมายเหตุ – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (Central Investigation Bureau : CIB) ได้เปิดห้องทำงานให้ “มติชน” สัมภาษณ์ถึงการทำงานตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา และปี 2567 ท่ามกลางความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อผู้บัญชาการหนุ่มและตำรวจสอบสวนกลาง
⦁ ตลอดปี 2566 ตรงไหนบ้างที่ยังทำได้ไม่เต็มที่ อย่างให้เป็นบทเรียน
-ผมกลับมาเป็น ผกก.1 บก.ป.ปลายปี 2557 พยายามพัฒนาหน่วยทุกด้าน ทั้งบุคลากร, อบรม, พัฒนาหน่วยงาน, พัฒนาเทคโนโลยี, ทีมประชาสัมพันธ์และเครื่องมือเครื่องใช้ และยังมีอย่างอื่นอีกมากมายก็ทำมาตลอด สวัสดิการสนามกีฬาประเภทต่างๆ ในตำรวจสอบสวนกลาง ผมเชื่อว่าทีมงานสอบสวนกลางเรียกได้ว่ามีมืออาชีพ เป็นกลาง เวลาทำคดีไม่แบ่งเป็นคนรวย คนจน คนเส้นใหญ่ เส้นเล็ก ต้องให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย ผมมองว่าสามารถทำได้ในระดับที่ค่อนข้างจะสูง ถึงจะไม่ 100% เพราะคนเยอะ แต่เชื่อว่าเป็นที่พึ่งประชาชนได้ เท่าที่สำรวจผลการตอบรับประชาชนค่อนข้างไว้ใจตำรวจสอบสวนกลาง ถ้าคดีมาถึงเราแล้ว โอกาสที่จะไม่ได้รับความยุติธรรมไม่มี ภาพรวมคนค่อนข้างเชื่อใจตำรวจสอบสวนกลาง
ปีใหม่ก็ทำแบบเดิมต่อให้ดีขึ้นไปอีก คือมืออาชีพ เป็นกลางและเคียงข้างประชาชน แล้วตอนนี้ อาชญากรรมออนไลน์เยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่หน้างานของตำรวจสอบสวนกลางแต่เป็นกองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ แต่รัฐบาลอยากให้ตำรวจสอบสวนกลางไปช่วย เนื่องจากขณะนี้มีปัญหา แต่มีปัญหาทุกประเทศไม่ใช่ไทยประเทศเดียว ผมได้รับมอบหมายมาเดือนกว่าๆ ได้โฟกัสในเรื่องการรวบรวมข้อมูลอาชญากรรมที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ ผมจะพยายามรวบรวมแล้ววิเคราะห์ว่ามีกี่กลุ่ม กี่แก๊ง ตอนนี้วางแผนจะถอนรากถอนโคน ปีหน้าคงจะโฟกัสเรื่องนี้ยิ่งขึ้น
แต่เรื่องอื่นๆ ก็ยังทำเหมือนเดิมทั้งอาชญากรรมเฉพาะทาง ที่แต่ละกองบังคับการมีอำนาจหน้าที่ รวมทั้งคดีสำคัญๆ ของประเทศที่เกิด ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่จะเข้าไปทันที และนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลยังเป็นนโยบายหลัก บช.ก.อยู่ อิทธิพลแต่ละพื้นที่ถ้าตำรวจโรงพักเอาไม่อยู่ ตำรวจสอบสวนกลางพร้อมลงช่วยปราบผู้มีอิทธิพล ซึ่งทำมาเยอะหลายปี หลายจุดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้ทำไปหลายเครือข่ายแล้วยืนยันว่าพร้อมที่จะปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ ถ้ามีใครใช้อิทธิพลไปรังแกประชาชนไปโกงประชาชน ไปเอาเปรียบ ตำรวจสอบสวนกลางพร้อมสู้กับอิทธิพลทุกประเภท
⦁ ประชาชนมีความเชื่อมั่นใน ผบช.ก.รู้สึกกดดันในการทำงานหรือไม่
เป็นความตั้งใจผมที่อยากจะทำตั้งแต่กลับมาอยู่กองปราบฯอีกรอบ อยากจะทำอย่างนี้ให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม และอยากให้ทีมงานมีความสามารถในการทำแบบสูงสุด คือ มืออาชีพกับเป็นกลาง และอยู่เคียงข้างประชาชนคือช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน
ผมก็ได้ยินฟีดแบ๊กประมาณนั้นเช่นกัน จริงๆ รู้สึกดีใจและภูมิใจ ผมและทีมงานสอบสวนได้พยายามทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม รู้สึกดีเหมือนเวลาได้ทำบุญแล้วมีความสุข มองว่าตำรวจสอบสวนกลางไม่ต้องเน้นทำบุญ การทำบุญของพวกเราคือการทำงานให้กับประชาชนด้วยความจริงใจด้วยความยุติธรรม
ผมว่าอันนี้สำคัญกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าเราทุ่มเททำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนให้ความเป็นธรรมกับเขา นี่คือการทำบุญสูงสุดของพวกเรา แล้วผมก็มองอย่างนั้นและอยากให้เป็นอย่างนี้มากขึ้นเรื่อยๆ คือทีมงานมีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นดีเอ็นเอของตำรวจสอบสวนกลางให้มีจิตใจที่อยากช่วยเหลือประชาชนจริงๆ และให้ความยุติธรรมต่อทุกคน
⦁ ศูนย์ REAL-TIME CRIME CENTER (RTCC) ห้องสั่งการ ควบคุมติดตามสถานการณ์ ปราบปรามอาชญากรรม และสืบสวนผู้กระทำผิด บช.ก.ล้ำหน้าแค่ไหน
-อาร์ทีซีซี เป็นห้องควบคุมสั่งการ เวลามีปฏิบัติการ อย่างเช่น ตรวจค้น 150 ทั่วประเทศ จะใช้ห้อง RTCC ควบคุมสั่งการ อย่างกำลังของเรา ต้องกระจายไปหลายจุด ยกตัวอย่างลงไป 50 จุด ผมไม่สามารถลงไปดูได้ทุกจุด ใช้ห้องนี้มอนิเตอร์ทั้งหมด เช่น มีเป้าทั้งหมดกี่เป้า, เป้าไหนเข้าแล้วบ้าง, ใครเข้า, จุดที่เข้ามี Body Worn Camera ถ่ายทอดสัญญาณมาที่ห้อง RTCC ผมเห็นทุกๆ จุดพร้อม แล้วเห็นจุดนี้จับผู้ต้องหาได้แล้ว อีกจุดยึดของกลาง หรือชุดไหนมีการปะทะ หรือไปเจอผู้ต้องสงสัย ส่งข้อมูลมาที่ห้อง RTCC ห้องนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ตอบสนองกลับไปยังคนหน้างาน ถ้าจินตนาการเหมือนในหนังฝรั่งสามารถควบคุม ส่งโดรนขึ้นไปเอาภาพจากโดรนมาที่ห้องนี้ได้ สมมุติว่าจะส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมานไปค้นมือปืนส่งโดรนที่ไปสองตัวถ่ายทอดภาพสดจากสถานที่มาสู่ห้องนี้ ผมเห็นทะเบียนรถก็เอาทะเบียนรถมาเช็ก นอกจากควบคุมสั่งการแล้ว ยังเป็นหน่วยสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติหน้างาน
บิ๊กดาต้า คือ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่อาชญากรรม จะอยู่ข้างหลังห้องนี้ RTCC อีกที โดยรวบรวมจากหลายแหล่งข้อมูล พอมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้คราวละมากๆ โดยไม่ต้องนั่งสืบคนใหม่ เพราะอยู่ในถังใหญ่ของหน่วยงาน เพราะบิ๊กดาต้าอยู่หลังบ้าน RTCC เป็นสองโปรเจ็กต์ที่เชื่อมโยงกัน สร้างในนามกองปราบปรามและสอบสวนกลางแต่ใช้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องใช้ก็ยินดี
RTCC ไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดกลางๆ ถ้าเทียบกับหน่วยอื่นใช้งบประมาณน้อยแต่ทันสมัยที่สุดในประเทศ ณ ปัจจุบัน ถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราก็สู้ได้ ผมดูงานหลายประเทศเราก็ไม่ได้แพ้ แต่ถ้าไปเทียบกับสิงคโปร์ น่าจะดีกว่า แต่ถือว่าทำงานได้ตามฟังก์ชันที่ต้องการ สิงคโปร์งบประมาณดีกว่าทำได้ดีกว่า
⦁ รางวัล TikTok Awards Thailand ประกาศรางวัลสุดยอดครีเอเตอร์ผู้สร้างคอนเทนต์ที่สุดแห่งปีเบื้องหลังอย่างไร
-ขอเท้าความตั้งแต่เป็น ผกก.1 บก.ป. ยุคที่เพิ่งมาเป็น ผกก. ก่อนหน้านั้นผู้บังคับบัญชาเน้นตำรวจรับใช้ชุมชนเน้นการทำความสะอาด ช่วยชุมชน พอกลับมาอีกครั้ง จากไปไปอดีตรองสารวัตรกองปราบฯอยู่ในยุคท่านอัศวิน ขวัญเมือง (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) ผมรู้สึกว่าจริงๆ กองปราบฯต้องทำคดีสำคัญๆ เหมือนตอนคดีที่ผมทำเคยเพิ่งรับราชการแล้วทำกับพี่ๆ
ผมเลยเปลี่ยนภายในกอง 1 บก.ป.หมดเลย ผกก., สารวัตร เปลี่ยนทุกคน รองสารวัตรเปลี่ยน 21 คนจาก 29 คน แล้วเอานักสืบเข้ามา คนเก่าๆ จะทำงานสืบสวนไม่ได้ก็เอาคนใหม่เข้ามาเน้นทำคดีอาชญากรรมใหญ่ๆ สักพักก็กลับมาเหมือนเดิมมีผลงาน ได้เห็นทีมงานนั่งรายงานมาทาง LINE มาก็นั่งคิดว่าภาพลักษณ์ตำรวจไทยไม่ค่อยดี ประชาชนจะรู้ไหมว่ากอง 1 บก.ป.ทำงานกันขนาดนี้ จึงคิดวิธีสื่อสารกับประชาชนไปรื้อเฟซบุ๊กที่มีอยู่แต่ไม่มีใครสนใจมาทำ แรกๆ เอานักสืบทำงานเป็นพาร์ตไทม์ทำโซเชียลมีเดีย เริ่มจาก 3 คน แล้วกลายเป็นตั้งทีมคนมาประชาสัมพันธ์ เอาคนชอบถ่ายรูป, วิดีโอทำ คิดคอนเทนต์แล้วก็มาปั้น ทำ Facebook กองปราบฯตอนนั้นมีคนติดตามกว่า 1 ล้านคน น่าจะเยอะที่สุดในบรรดาหน่วยงานราชการ ถือว่าประสบความสำเร็จ
ตอนนั้นมีทีมกว่า 10 คน จะต้องทำการแถลงข่าว การสร้างคอนเทนต์ เนื้อหาเป็นเรื่องผลการปฏิบัติงาน การเตือนภัย เพราะตำรวจเราเห็นเยอะว่าอาชญากรรมอะไรเกิดกับประชาชนบ้าง หลอกกันอย่างไร และสุดท้ายคือข้อกฎหมายที่ให้ความรู้ ถ้าใครติดตามจะเห็นว่านำเวลานำเสนอไม่ได้นำเสนอแบบทื่อๆ อย่างเช่นละครเรื่องนี้ดังจะเนื้อละครผสมกับข้อกฎหมาย
ทีมนี้ถูกสร้างมาโดยผม จนผมเป็น ผบช.ก.ทีมนี้มีอยู่ 20 คนดูแลทุกแพลตฟอร์ม หลังๆ อาชญากรรมออนไลน์ เยอะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ใช้ TikTok เตือนภัยให้กับประชาชน แต่การทำ TikTok ไม่ใช่จะใส่อะไรก็ใส่ เนื้อหาต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ เนื้อหาต้องได้ประโยชน์และคนสนใจ จนมีคนตาม TikTok สอบสวนกลางกว่า 2 ล้านคน กดไลค์กว่า 12 ล้านคน น่าจะเป็นนับเบอร์วันหน่วยงานราชการ ทาง TikTok Award มีการจัดงานกัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ตัว ได้เลือกผมได้รางวัล TikTok Award ในสายทำเพื่อสังคม ได้รับเชิญไปรับรางวัล ในงานมีแต่วัยรุ่นส่วนใหญ่ แต่ผมไปในนามตำรวจสอบสวนกลางที่ได้ทำเนื้อหา TikTok มีประโยชน์ต่อสังคมวงกว้าง ถือเป็นความภูมิใจของตำรวจสอบสวนกลาง ทำให้ทีมประชาสัมพันธ์ และตำรวจสอบสวนกลาง มีกำลังใจที่จะทำงานต่อว่าเราทำงานแล้วมีคนเห็นว่าประโยชน์ต่อสังคมจริง
⦁ มีความคิดจะปรับ บช.ก.ลดใช้กระดาษในสำนักงานอย่างไร
เปเปอร์เลส (การลดใช้กระดาษ) ตั้งชื่อโปรเจ็กต์ว่าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ปัจจุบันตำรวจไทยเป็นเปเปอร์เบส ต้องการเปลี่ยนเป็นดิจิทัลเบส ยกตัวอย่างจุดอ่อนของเปเปอร์เบส เช่นหนังสือเพื่อทราบ สมมุติว่ามาจาก ผบ.ตร. จะส่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ยังใช้ระบบเก่าๆ อยู่ ต้องไปถ่ายเอกสารแจกรอง ผบ.ตร. แล้วรอง ผบ.ตร.ได้รับถ่ายเอกสารแจกผู้ช่วย ผบ.ตร. จากนั้นผู้ช่วย ผบ.ตร.แจกเอกสารไปทุก ผบช. แล้วถ่ายเอกสารแจกไปทุกรอง ผบช. คือทำอย่างนี้ ผมว่าที่ตำรวจมีจำนวนเยอะ เพราะมานั่งทำงานอะไรอย่างนี้ อีเมล์ใช้มา 30 ปี ทำไมไม่เอาเทคโนโลยีมาใช้
ระบบกำลังพล (เอชอาร์) ถ้าผมอยากรู้ว่าใครจบหลักสูตรอีโอดี (เก็บกู้วัตถุระเบิด) มาบ้าง เพราะมีงานต้องทำ วันนี้ถ้าเป็นเปเปอร์เบสเหมือนอย่างที่ใช้กันอยู่ ผมต้องไปถามสารวัตรกำลังพล ผู้กำกับกำลังพล แล้วทำหนังสือถามทุกกองบังคับการ
ภายใต้ตำรวจสอบสวนกลางมี 12 กองบังคับการ (บก.) ก็ต้องส่งหนังสือ แต่ละ บก.ไปถามกองกำกับ แล้วกองกำกับก็ไปถามสารวัตรแล้วไปถามรองสารวัตร ชั้นประทวน ผมว่ากว่าจะเสร็จผ่านไปสองอาทิตย์ ข้อมูลมาก็มั่วด้วย เพราะข้อมูลเยอะ บางคนทำมาดี บางคนทำไม่ดีรวบรวมมาก็ผิดอีก
หรือเรื่องครุภัณฑ์ ผมถามว่าปืนในสอบสวนกลางมีกี่กระบอก เอ็ม 16 อยู่ที่ใครบ้าง ก็ต้องไปนั่งรื้อเอกสาร ต้องทำหนังสือไปถาม แต่ถ้าผมแปลงเป็นดิจิทัล เปเปอร์เลส ผมสืบค้นได้เลย อย่างผมถามว่าใครจบหลักสูตรอีโอดีบ้าง กดมารู้เลย ไม่ต้องเสียเวลา ข้อมูลถูกต้องแม่นยำรวดเร็ว สมมุติว่าปืนเอ็ม 16 อยู่ที่ใครบ้าง กด ปึ้ง! ออกมาทั้งหมด รวดเร็ว เมื่อนำไปสู่อะไรอีกหลายอย่าง เช่น สถิติคนมาแจ้งความการจับกุม และรายชื่อผู้ต้องหา ทุกอย่างสามารถสืบค้นได้โดยง่ายไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน และไม่ต้องเสียเวลา ผมว่าควรไปเสียเวลากับงานที่ใช้เทคโนโลยีมาทำมากกว่านี้
ถ้าเราทำระบบเสร็จอาจจะเหนื่อยครั้งแรกที่ทำ แต่เมื่อทำเสร็จแล้วต่อไปจะไม่ต้องเสียเวลากับงานที่ไม่เกิดประโยชน์ เอาเวลาใช้ในการสืบคดี ตามจับคนร้ายดีกว่า ไม่ต้องมาทำอะไรวนไปวนมาทั้งๆ ที่เทคโนโลยีมาอยู่แล้วในโลก มีนานแล้วแต่ไม่ได้เอามาใช้
ผมเลยจะพยายามทำให้สำเร็จ ซึ่งไม่ง่ายเลย ยากมากด้วย ต้องเปลี่ยนระบบจากกระดาษเป็นดิจิทัล ยากสุดๆ แต่พยายามทำให้สำเร็จโดยเร็ว เริ่มนับหนึ่งแล้วกำลังพยายามอยู่ ถ้าสำเร็จจะมีประโยชน์และพัฒนาไปเยอะ
ผมมองว่าเป็นดิจิทัลเมื่อไหร่ จะเป็นพื้นฐานการพัฒนาอย่างอื่น จะมีโปรเจ็กต์ต่อยอดได้อีกเยอะ อนาคตผมจะทำแดชบอร์ด ที่สามารถเห็นการทำงานทุก บก.บนหน้าจอ เช่นวันนี้ บก.ป.ไปค้นที่ไหนมา จับอะไรมาบ้าง ไม่ต้องเรียกมารายงาน แต่ผมสามารถดูได้จากหน้าจอ บก.ป่าไม้ไปทำอะไรมา บก.ปราบปรามค้ามนุษย์ไปทำอะไรมา หรือไปทำจิตอาสา ผมสามารถมอนิเตอร์ได้ และต่อไปไม่ต้องเรียกประชุมสามารถเข้าไปดูในแดชบอร์ดได้เลย เรียกเฉพาะเท่าที่จำเป็น แต่ปัจจุบันต้องเรียกมาทั้งหมดถือแฟ้มมานั่งประชุมกัน เสียเวลาทุกคน
ชาลินี แก้วคงคา
กิตติ ไกรฤกษ์

