หน้าแรก ในประเทศ สำนักระบาดยัง...

สำนักระบาดยังไม่ทราบสาเหตุไก่ตายนครศรีฯ-ไม่ยืนยันไข้หวัดนก ด้านปศุสัตว์จ.แจงไก่เฉาตายปกติ

21.01.17 | 19:13 น.

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช แจ้งว่าไก่ที่เลี้ยงไว้ในเล้า 40 ตัว เกิดโรคระบาดตายกว่าแล้วประมาณ 30 ตัว ว่า ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่มีรายงานว่าสาเหตุที่ไก่ตายเป็นเพราะอะไร คาดว่าอีก 2-3 วันน่าจะได้ข้อสรุปเรื่องสาเหตุการตาย หากพบความผิดปกติว่าจะมีการนำโรคมาสู่คนจะแจ้งทางให้กรมควบคุมโรค กระทรวงวสาธารณสุขทราบอยู่แล้ว เช่นไข้หวัดนก ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีไข้หวัดนกสายพันธุ์ที่ทำให้ไก่ตายเลย ส่วนสถานการณ์ไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชาเองก็ค่อนข้างเงียบ ที่สำคัญจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีพื้นที่ติดกับประเทศใดเลย ตรงนี้ระบบการดูแลและตรวจสอบของกรมปศุสัตว์ถือว่ามีประสิทธิภาพมากอยู่ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็มีระบบการเฝ้าระวังในคนอยู่โดนเน้นกลุ่มที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เพราะฉะนั้นมีการประสานการทำงานกันอยู่ และยังไม่พบความผิดปกติ

“กรณีที่มีไก่ หรือสัตว์ตายผิดปกตินั้นเตือนประชาชนว่าอย่านำมารับประทาน โดยเฉพาะช่วงนี้ทางภาคใต้มีปัญหาน้ำท่วมก็อย่าทิ้งซากสัตว์ลงน้ำ แต่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าไปตรวจสอบการตายที่ชัดเจน และยังมีคำแนะนำเรื่องการทำลายซากสัตว์ตายอย่างถูกวิธีด้วย” นพ.ธนรักษ์ กล่าว

ขระที่ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ประจำสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้แจงกรณีนายบัญญัติกิจ สุขฉนวน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากนายสุรินทร์ ศรีรักษา อายุ 86 ปี บ้านเลขที่ 154 หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง ว่าไก่พื้นเมืองในเล้าที่เลี้ยงไว้ 40 ตัว ตอนนี้บางตัวเริ่มนั่งคอตก และล้มลงตาย จำนวน 30 กว่าตัวแล้ว จึงขอให้เข้ามาช่วยดูแล ผู้ใหญ่บ้านจึงรายงานไปทางอำเภอ เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเข้ามาดูแลและให้ยารักษาในเบื้องต้น เหตุเกิดช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นว่า ไก่ตายปริมาณไม่มาก ถือว่าเป็นการตายปกติ เนื่องจากฝนตกและมีน้ำท่วม ทำให้ไก่เกิดอาการเฉา คอตก ป่วยเป็นไข้ ประกอบกับในคอกไก่อาจจะไม่มีความสะอาดเพียงพอ จึงทำให้ไก่เสียชีวิตได้ในที่สุด แต่หากว่าเป็นโรคระบาด ไก่จะตายเป็นเล้า นับร้อยตัว อย่างไรเสียในวัน 22 มกราคมจะส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำอำเภอทุ่งใหญ่เข้าไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ช่วงนี้คงต้องขอให้เกษตรกรดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด หากพบว่าเสี่ยงต่อการเสียชีวิตขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอ เพื่อเข้ามาดูแลรักษาต่อไป