บิ๊กโจ๊ก ลุยคดีโกงสหกรณ์ตร.พันล้าน สั่งจับเพิ่มหลังกก.แห่ลาออก ยึดทรัพย์ก้อนแรก150ล้าน

4.01.24 | 19:25 น.

บิ๊กโจ๊ก หัวโต๊ะติดตามความคืบหน้าคดีฉ้อโกงสหกรณ์ตำรวจ พัทลุง 1.5 พันล้าน กก.แห่ลาออก จ่อขยายผลจับกุมเพิ่ม ทยอยยึดทรัพย์ก้อนแรก 150 ล้าน อึ้ง ยังไม่มีการสั่งฟ้องสักคดี เตรียมนัดคุยอัยการ


เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง (บก.ภ.จว.พัทลุง) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมาติดตามความคืบหน้า คดีฉ้อโกงสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาจับกุมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องแถว 1 และตามยึดอายัดทรัพย์รวมเกือบ 1,500 ล้านบาท จากนั้นประสานงานขอกู้เงินจากธนาคารออมสิน 500 ล้านบาท เพื่อมาเสริมสภาพคล่องให้กับสหกรณ์ โดยทางธนาคารโอนเงินมาปล่อยกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้เบื้องต้น 350 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า พบว่าสหกรณ์ยังมีปัญหาขาดสถาพคล่องอีก 150 ล้านบาท ถึงจะทำให้สหกรณ์เดินต่อไปได้ ขณะเดียวกันพบว่ากรรมการและผู้บริหารชุดเดิมลาออกหมดแล้ว เหลือผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ซึ่งเป็นวิชาชีพเฉพาะทำงานแค่ 2 คน เพื่อรอการถ่ายโอนข้อมูลให้ครบก่อน จึงจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้

โดยที่ประชุมมีการเสนอให้จ้างบริษัทสอบบัญชีนอกองค์กร มาช่วยตรวจสอบ อีกชั้นเพื่อจะได้เห็นเส้นทางการเงินที่อาจมีการหมกเม็ดไว้อีกจากกลุ่มผู้ต้องหาชุดเดิม

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์สั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาแถว 2 และ 3 ซึ่งคุยกับทางเลขาสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อวางแผนดำเนินงานแล้ว โดยจะเน้นการสืบทรัพย์เพิ่ม และรายงานไปยัง ปปง. และจะนัดพูดคุยกับ อัยการทุจริตภาค 9 เพื่อติดตามคดี เนื่องจากพบว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการสั่งฟ้องคดี แม้แต่คดีเดียว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เพื่อให้สหกรณ์เดินหน้าต่อไปได้จะมีการขอความอนุเคราะห์จากธนาคารออมสินเพื่อให้ปล่อยกู้เพิ่มเติมอีก 150 ล้านบาทให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าว หากได้รับการอนุมัติมาก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของตำรวจที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจนถึงขณะนี้แต่ละคนเริ่มมีรายรับเดือนละอย่างน้อย 4,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กำชับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง และหัวหน้าสถานีตำรวจทุกนายที่มาร่วมประชุมเพื่อให้กลับไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา โดยให้ส่งเสริมให้มีการประกอบอาชีพเสริม ทั้งเกษตรกรรมและปศุสัตว์

อีกด้านหนึ่ง ตำรวจที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ ที่มีอยู่กว่า 1,800 คน บอกว่า ที่ผ่านมาเพิ่งได้ปันผลมา แต่น้อยมาก และส่วนใหญ่ยังถูกยึดไว้เป็นประกัน หลายคนจึงยังเดือดร้อน คุณภาพชีวิตยังไม่เป็นอย่างหวัง แต่ก็ยังมีความหวังว่าสหกรณ์จะดีขึ้น หลังมีปัญหาทุจริตหมักหมมมากว่า 28 ปี

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลางเดือนหน้าจะมีการฟ้องยึดทรัพย์ก้อนแรก 150 ล้านบาท จากความเสียหายที่เกิดขึ้นในสหกรณ์กว่า 1,500 ล้านบาท หลังมีการทยอยอายัดทรัพย์มาตรวจสอบแล้วเกือบ 1,500 ล้านบาท