วันที่ 22 มกราคม เวลา 08.00 น. ที่บริเวณจุดผ่อนปรนชั่วคราวทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 หนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พ.อ.บรรยง ทองน่วม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พ.ท.ดิเรก พรหมภักดี หน.ชุดประสานชายแดนไทยพม่า ประจำพื้นที่ 4 ด่านชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี พ.ต.ท.สุชาติ เพ็ญภู่ สว.ตม.กาญจนบุรี ประจำด่านเจดีย์สามองค์ นางสาวภัทรา ฐิติเวชญาคุญ ผู้ใหญ่บ้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ร่วมกับชาวบ้านไทยและเมียนมา รวมทั้งนักท่องเที่ยว ร่วมกันทำบุญตักบาตรข่าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ไทยและเมียนมา จำนวน 15 รูป ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจ อันส่งผลต่อความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์กองกำลังกะเหรี่ยง (BGF) กักตัวนักท่องเที่ยว 37 คน เมื่อช่วงเช้าของวานนี้นั้น
โดยบรรยากาศที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ในวันนี้ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวที่บริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ตามปกติ ขณะที่แรงงานชาวเมียนมาก็เดินทางเข้ามาทำงานในฝั่งไทยที่บริเวณบ้านพระเจดีย์สามองค์ตามปกติเช่นเดียวกัน แต่ทางการไทยยังคงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามฝั่งไปยังประเทศเมียนมาในช่วงนี้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 1-2 วัน จะสามารถอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปเที่ยวฝั่งอำเภอพญาตองซูได้ตามปกติ

พ.อ.บรรยงกล่าวว่า ภายหลังจากเกิดเหตุทางคณะเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยซึ่งบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานหลักในพื้นที่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้ทางฝ่ายเมียนมาได้ทราบว่า เมื่อเข้ามาอยู่ในฝั่งไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย และการกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยมีขั้นตอนในการดำเนินการและต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งทางฝ่ายเมียนมาก็เข้าใจและไม่มีปัญหาอะไร โดยคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมาได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์พื้นฐานดั่งเดิมที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด แต่ทั้งนี้ถึงแม้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติแล้วแต่ยังคงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปเที่ยวยังฝั่งพญาตองซูแต่อย่างใด เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ในส่วนของพ่อค้าประชาชนฝั่งไทยยังคงเปิดร้านค้าขายและใช้ชีวิตตามปกติ โดยนักท่องเที่ยวยังคงสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าที่บริเวณบ้านพระเจดีย์สามองค์ได้ตามปกติเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการเดินทางไปมาหาสู่ตามปกติ ขณะที่แรงงานชาวเมียนมากว่า 4,000 คน ก็เดินทางข้ามพรมแดนมาทำงานในฝั่งบ้านพระเจดีย์สามองค์ตามปกติเช่นกัน

