ผู้ประกันตนวอนรัฐ ทบทวนสิทธิการรักษา หลังบัตรทองแซงหน้าไปเยอะมาก ทั้งที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบทุกเดือน วอนขยาย รพ.รับสิทธิให้มากขึ้นและครอบคลุมการรักษาให้ได้ทุกโรค
เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดการให้บริการโครงการสิทธิบัตรทอง โดยใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวบุคคลและสามารถเข้ารับการรักษาที่ รพ.ได้ทั่วประเทศ โดยนำร่องการดำเนินงานในพื้นที่ 4 จังหวัด ทำให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบทุกเดือนและใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษาออกมาพูดถึงรายละเอียดและสิทธิที่ควรได้รับเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบทุกเดือนแต่การรักษาพยาบาลได้สิทธิน้อยกว่าบัตรทอง 30 บาทอย่างชัดเจน

น.ส.รุ่งนภา พันธุ์พัทธพงษ์ ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในมาตรา 39 หลังจากลาออกจากงานประจำเมื่อปี 2559 ซึ่งพนักงานประจำนั้นทุกคนจะต้องเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 และหากลาออกแล้วและยังต้องการใช้สิทธิอยู่ก็ต้องจ่ายเงินเอง และจะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยจ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาท
“เมื่อรัฐบาลประกาศบังคับใช้สิทธิบัตรทองออกมา ในมุมของผู้ประกันตนก็น้อยใจและอยากให้รัฐบาล ทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข มาดูกลุ่มแรงงานที่มีสิทธิประกันสังคมบ้าง เราจ่ายเงินสมทบทุกเดือน แต่สิทธิน้อยมาก ตนเคยป่วยที่ อ.ชุมแพ แต่สิทธิประกันตนระบุ รพ.ขอนแก่น ก็ต้องจ่ายเงินเองทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลควรขยาย รพ.ในการรับสิทธิ หรือการให้สิทธิผู้ประกันตนได้รับสิทธิการรักษาที่ รพ.ต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ และครอบคลุมทุกกลุ่มโรคเทียบเท่าบัตรทอง 30 บาทก็ได้”
น.ส.รุ่งนภากล่าวต่ออีกว่า สิทธิประกันตนระบุว่า อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน วงเงิน 900 บาท เรื่องนี้ก็ไม่เพียงพอ ไหนจะโรคน่าเป็นห่วงอย่างโรคไต โรคมะเร็ง หรือการรักษาต่างๆ อยากให้รัฐบาลมาดูสิทธิของผู้ประกันตนด้วย เราจ่ายเงินสมทบทุกเดือนก็อยากได้รับสิทธิเช่นเดียวกันกับบัตรทอง 30 บาทรูปแบบใหม่ที่ประกาศใช้ออกมา ซึ่งหากรัฐบาลทำได้ และทำให้กับกลุ่มผู้ประกันตนนับเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และมาตรา 40 ได้อย่างดีอีกด้วย



