ทีมสำรวจกรมอุทยานแห่งชาติ-ทช. พบฝูง’วาฬโอมูระ’ 6 ตัว กลางทะเลอันดามัน แต่ไม่พบตัวเผือก

9.01.24 | 16:47 น.

ทีมสำรวจกรมอุทยานแห่งชาติ-ทช. พบฝูง’วาฬโอมูระ’ 6 ตัว กลางทะเลอันดามัน แต่ไม่พบตัวเผือก

วันที่ 9 มกราคม นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี รายงานผลปฏิบัติการสำรวจวาฬโอมูระเผือก Omura’s whale เพื่อเก็บภาพ เป็นข้อมูลเพื่อทำการศึกษาทางวิชาการ ว่าเมื่อวันที่ 8 มกราคม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นำเรือตรวจการณ์พร้อมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ออกสำรวจพื้นที่ทางทะเล ตามเส้นทางที่ได้รับมอบหมายจากทีมเฉพาะกิจ โดยทำการสำรวจด้วยการวิ่งเรือสำรวจด้วยวิธีการวางเส้นแนวสำรวจ (Distance Transect) สำรวจพื้นที่ระหว่างเกาะพีพีเล-เกาะราชาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 700 ตารางกิโลเมตร

 

ผลการปฏิบัติงานพบเจอวาฬโอมูระสีปกติ จำนวน 1 ตัว พบขึ้นหายใจ นับได้ 3 ครั้ง ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ห่างจากเกาะพีพีเลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 15 กิโลเมตร จึงได้เก็บข้อมูลพิกัดและภาพถ่ายเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการใช้งานเชิงวิชาการ ระหว่างปฏิบัติภารกิจสภาพอากาศท้องฟ้าปลอดโปร่ง แต่มีคลื่นหัวแตกค่อนข้างถี่และมีลมค่อนข้างแรง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสำรวจ การปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่พบวาฬโอมูระเผือกแต่อย่างใด

Advertisement

ในส่วนภารกิจภาพรวมของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ผลการปฏิบัติงานพบวาฬโอมูระสีปกติ จำนวน 3 ครั้ง

ครั้งแรกสำรวจพบวาฬโอมูระ 1 ตัว โดยทีมเจ้าหน้าที่ อส. บริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะพีพี ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. พบขึ้นหายใจ นับได้ประมาณ 3 ครั้ง แล้วก็เคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำอย่างเร็ว

ครั้งที่ 2 พบโดยทีมเจ้าหน้าที่ ทช. บริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะไม้ท่อน เป็นวาฬโอมูระ 1 ตัว ความยาว 9 เมตร เจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตามเป็นระยะเวลา 30 นาที ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร วาฬมีอัตราการหายใจ 6 ครั้งใน 5 นาที มีรูปร่างสมบูรณ์ดี มีพฤติกรรมว่ายน้ำและหากินปกติ

ครั้งที่ 3 พบวาฬโอมูระ จำนวน 4 ตัว บริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะเฮ ว่ายน้ำหากินอยู่ทั้งระยะใกล้และไกลเรือ ทีมเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อศึกษาด้วยเทคนิค eDNA และข้อมูล Photo ID เพื่อจำแนกและเปรียบเทียบตัวตนและเพื่อสรุปจำนวนประชากรต่อไป

ทั้งนี้ การพบเห็นทั้งสามครั้งยังไม่พบวาฬโอมูระเผือก ระหว่างปฏิบัติการในช่วงเช้ามีลมแรงและคลื่นหัวแตกค่อนข้างถี่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพบเห็น ส่วนในช่วงบ่ายทะเลค่อนข้างเรียบมีลมเล็กน้อย ระหว่างเส้นทางสำรวจไม่พบการกระทำผิดทางทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง