วันที่ 22 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 12.30 น. ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งว่ามีรถกระบะโตโยต้า ไฮลักษณ์ สีขาว ชนควายตายที่บริเวณถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรี ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 5 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปที่เกิดเหตุพบนายมนตรี แพงพงษ์ อายุ 52 ปี อาชีพขายของโชห่วยในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ยืนมองสภาพรถกระบะของตนเองซึ่งด้านหน้าพังยับเยิน เนื่องจากชนควายที่เดินอยู่กลางถนน นอกจากนี้ห่างจากรถกระบะไปประมาณ 300 เมตร พบควายเพศเมีย ท้องแก่ อายุประมาณ 5 ปี นอนตายอยู่ในป่าข้างทาง สภาพลำตัวมีแผลหลายแห่ง และเลือดออกบริเวณปาก ตาค้าง โดยมีนายมนตรีได้พยายามลูบหัว พร้อมทั้งกล่าวอโหสิกรรม และช่วยปิดตาให้ควาย
นายมนตรี กล่าวว่า ตนพร้อมกับภรรยาหลังจากซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโครเสร็จแล้วจะเดินทางกลับไปที่ อ.บางปะกง ได้ขับรถกระบะเรื่อยมา โดยมีรถอีกคันขับด้านหน้า หลังจากนั้นรถคันหน้าได้หักหลบรถอย่างรวดเร็ว เนื่องจากควายอยู่กลางถนน ตนมองไม่เห็นจึงชนเข้าอย่างจัง ทำให้ด้านหน้ารถพังยับเยิน หลังจากนั้นควายได้เดินเข้าป่าข้างทางและไปนอนตาย
“เห็นแล้วก็สงสารไม่น่าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น จึงอยากให้ผู้ที่เลี้ยงควายควรดูแลให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้เดินออกมาตามถนน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว” นายมนตรีกล่าว
ส่วนทางด้านตำรวจจะได้ติดตามหาเจ้าของควายมาเจรจาความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับเหตุรถชนควายและวัวนั้น ส่วนใหญ่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว เจ้าของวัวหรือควายจะไม่ออกมารับผิดชอบ เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของรถ ซึ่งจากสภาพความเสียหายของรถกระบะพบว่าจะต้องจ่ายค่าซ่อมประมาณ 6-7 หมื่นบาท แต่ค่าควายประมาณตัวละ 2 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังพบว่าถนนสายพานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จะเกิดอุบัติเหตุรถชนวัวตายบ่อยครั้งเหมือนกัน โดยเจ้าของวัวไม่ออกมารับผิดชอบ เพราะไม่คุ้มกับค่าซ่อมรถของผู้ที่ขับรถชนเช่นกัน

