คืบหน้าคดี ลูกเขยปืนจี้แม่ยาย พาไปให้ลูกพี่ข่มขืน ไม่สำนึกส่งไลน์ขู่ฆ่า ตร.ออกหมายจับพร้อมไล่ล่าตัวแล้ว
เมื่อวันที่ 10 มกราคม สืบเนื่องจากกรณี นายยุรนันท์ หรือ ยุ ลูกเขย มีปากเสียงกันกับนางจรรยา แม่ยาย เพราะปักใจเชื่อว่าแม่ยายเป็นผู้แจ้งตำรวจให้มาจับเรื่องยาเสพติด และยิงปืนขึ้นฟ้า พร้อมกับชายอีก 1 คน ขับรถกระบะไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน จากนั้นใช้อาวุธปืนขู่และใช้กำลังบังคับ นางจรรยา แม่ยายขึ้นรถขับพาไปที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดท่าซิก ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี บังคับให้อยู่ในห้อง จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง มี นายชัยวัฒน์ เข้ามาหาที่ห้องพักและใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ หลังก่อเหตุ น.ส.ประภาพร ภรรยาของนายยุรนันท์ ผู้ก่อเหตุ รู้จึงไล่พ้นบ้านตัดความสัมพันธ์ ผู้ก่อเหตุไม่สำนึกผิดแค้นหนักย้อนกลับมาเผาบ้านตัวเอง นั้น
ล่าสุด ช่วงเช้าของวันนี้ (10 มกราคม) นางจรรยา ดีเด่น อายุ 56 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อนำผลการตรวจทางแพทย์ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับการดำเนินคดี


ด้าน น.ส.ประภาพร ดีเด่น อายุ 36 ปี บุตรสาวของนางจรรยา และเป็นภรรยาของนายยุรนันท์ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าหลังเกิดเหตุทันทีที่ตนรู้ว่านายยุรนันท์ สามี ได้มาพาตัวนางจรรยา แม่ของตนออกไปจากบ้าน ตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายยุรนันท์ว่า พาแม่ไปไหน นายยุรนันท์ตอบว่า เอาแม่ไปคุยธุระกับนายแปะเรื่องตำรวจเข้าไร่ พร้อมบอกตนไม่ให้บอกตำรวจนะถ้าบอกตำรวจแม่มึงตายตอนนี้
จากนั้น นายยุรนันท์ได้วางสายไป ต่อมานางจรรยาได้โทรศัพท์กลับมาให้ตนกลับไปรับ แต่ยังคุยไม่รู้เรื่องโทรศัพท์ก็ขาดการติดต่อ กระทั่งนายยุรนันท์พานางจรรยากลับมาส่งที่บ้าน หลังจากที่รู้ว่านางจรรยาผู้เป็นแม่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ตนรับไม่ได้และแค้นใจนายยุรนันท์มาก ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตนตัดความสัมพันธ์กับนายยุรนันท์และไล่ให้นายยุรนันท์ออกไปจากบ้าน และอยากให้ตำรวจจับตัวไปดำเนินคดี
“หลังจากเกิดเหตุตนคาดว่า นายยุรนันท์ยังอยู่ในพื้นที่ เมื่อคืนนี้นายยุรนันท์ ได้ส่งข้อความมาข่มขู่จะยิง โดยบอกว่าจะยิงให้ตายหากเห็นออกมายืนหน้าบ้าน ซึ่งตนบอกว่าตนยอมตาย จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัด แล้วไฟก็ไหม้บ้าน และหลังก่อเหตุเผาบ้านแล้ว นายยุรนันท์ยังส่งข้อความมาขู่อาฆาตหมายเอาชีวิต ทางช่องแชตไลน์ของตนอีกด้วย โดยบอกว่าจะยิงให้ตาย”
น.ส.ประภาพรกล่าวว่า ที่ผ่านมานายยุรนันท์ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตนกับนายยุรนันท์ มักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้งในเรื่องเงิน นายยุรนันท์ เคยใช้ปืนตบศีรษะ ทำร้ายร่างกายตนบ่อยครั้ง มีทั้งบีบคอและผลัก แต่ตนก็ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ตนยอมรับว่านายยุรนันท์ มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการค้าและเสพยาเสพติด โดยพักหลังมีอาการติดยาเสพติดอย่างหนักถึงขนาดไม่หลับไม่นอน
“ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุครั้งนี้คาดว่านายยุรนันท์เข้าใจผิดว่าแม่ของตนเป็นคนแจ้งตำรวจเรื่องนายยุรนันท์เกี่ยวข้องยาเสพติด และยิงปืนขึ้นฟ้าบ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้วแม่ของตนไม่เคยยุ่งเรื่องนี้ตนเคยบอกแม่ว่าอย่าเข้ามายุ่ง เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับแม่ ส่วนนายชัยวัฒน์ ได้รู้จักพร้อมๆ กับนายยุรนันท์ โดยนายชัยวัฒน์เคยเดินทางมาที่บ้านแม่ในวันตรุษจีน ทำให้รู้จักสนิทสนมกัน แต่ตนไม่คิดว่านายชัยวัฒน์จะลงมือก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด” น.ส.ประภาพรกล่าว
เบื้องต้นได้ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายยุรนันท์ และนายชัยวัฒน์ ฐานร่วมกันข่มขืน กักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืน และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว พร้อมลงพื้นที่เร่งไล่ล่าตัว คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

