สตม.จับบิ๊ก’เเก๊งเอกมัย’เจ้าพ่อค้ายาชาวโสมขาว พร้อมขยายผลบุกจับบังลอบปล่อยเงินกู้ร้อยละ 25 ต่อเดือน
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(รอง ผบช.สตม. ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สมเกียรติ สนใจ ผกก.ตม.จว.นนทบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหารายสําคัญ 2 คดีด้วยกันดังนี้
โดยคดีเเรกเป็นการจับ กุมนายลี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ พร้อมของกลางวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ใส่อยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดปิด น้ําหนักรวม 3.67 กรัมในข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดและครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งได้นําตัวส่ง พนักงาน สอบสวน สน.ทองหล่อ ดําเนินคดีตามกฎหมาย
สืบเนื่องจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.สส.สตม. ทราบว่า นายลี ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.ผ.90 วันครบกําหนด อนุญาตวันที่ 30 ก.ค.2565 การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้ว และมีพฤติการณ์ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านแขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ จึงได้ ขอหมายค้นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เข้าทําการตรวจค้นห้องเลขที่ 5403 ในคอนโดมิเนียมดังกล่าว
จากการตรวจค้น ภายในห้องพักพบนายลีและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ใส่อยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิด กดปิด น้ำหนักรวม 3.67 กรัม วางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ จากนั้นได้นำตัวนายลีไปยังโรงพยาบาลตากสินเพื่อตรวจหา สารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งผลการตรวจเป็นบวก โดยนายลีไม่ประสงค์จะเข้ารับการบําบัด เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง ข้อกล่าวหาและจับกุมนายลี ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดําเนินคดีในข้อหาดังกล่าว พร้อมทั้งได้ตรวจยึดสิ่งของและเอกสารที่เชื่อว่ามีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทําความผิด ได้แก่โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ บัตรเดบิตสมุดคู่ฝากธนาคาร และอื่นๆ รวมจํานวน 26 รายการ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ประสานงานสอบถามเจ้าหน้าที่สืบสวนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ได้รับแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ทางการเกาหลีใต้ได้จับกุมสมาชิก 23 คนขององค์กรลักลอบขนยาเสพติดที่เรียกว่า “แก๊งเอกมัย” ที่ดําเนินงานผ่านศูนย์กลางในประเทศไทย และได้จับกุมผู้จําหน่ายและผู้ใช้ยาเสพติด 3 ราย รวมเป็น 27 ราย โดย “แก๊งเอกมัย” มีนายลี เป็นผู้บงการขนยาเสพติดดังกล่าว นอกจากนี้ นายลี ยังเป็นบุคคลที่องค์การตํารวจสากลได้ออก ประกาศสีแดง (INTERPOL Red Notice) และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัวไปดําเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

คดีสุดท้าย โดยตม.จว.นนทบุรี ภายใต้การอํานวยการของ พ.ต.อ.สมเกียรติ สนใจ ผกก.ตม.จว.นนทบุรี ได้มีการสั่งการให้จับกุมกลุ่มชาวอินเดียต่างด้าวที่มีการปล่อยเงินกู้เรียก ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกําหนด โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า พฤติการณ์ของกลุ่มชาวอินเดียปล่อยเงินกู้จะขับขี่รถจักรยานยนต์ ตะเวนไป ตามตลาดร้านค้า แล้วเข้าพูดคุยติดต่อเสนอให้เงินให้กู้ยืม พร้อมคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา มีเงื่อนไขให้ผู้ที่กู้เงินต้องส่ง ดอกเบี้ยเงินสดรายวัน จึงได้ติดตามและพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ และติดตามมาถึงที่หอพักที่ชายอินเดียเข้าพักอาศัย พบ เห็นรถจักรยานยนต์เป้าหมายจอดหน้าตึก จึงเฝ้า ซุ่มดูพบเห็นและทําการจับกุมตัว Mr.A (นามสมุติ) อายุ 39 ปี สัญชาติ อินเดีย ในข้อหาและดําเนินคดีในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (OVERSTAY 2,366 วัน) ซึ่งพบว่า พฤติการณ์ของชายชาวอินเดียผู้ถูกจับ ซึ่งอยู่เกินกําหนดเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแขก ปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง จากนั้นได้ขยายผลเพื่อสืบหาผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว ซึ่งต่อมาพบผู้เสียหายเป็นหญิงชาวไทย ประกอบอาชีพแม่ค้าขายของในตลาด ได้ให้ปากคํากับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าได้มีการกู้ยืมเงินกับชายชาวอินเดีย จํานวนยอดเงิน 3,000 บาท ไม่มีเอกสารการทํา หลักฐานการกู้ยืมเงิน โดยตกลงชําระหนี้รายวัน วันละ 150 บาท เป็นจํานวน 24 วัน รวมต้องจ่ายเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย รวม 3,600 บาท คิดเป็น ร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน (ร้อยละ 25 ต่อเดือน หรือ ร้อยละ 300 ต่อปี) และ ตกลงกู้เงินได้มีการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า และแขกต่างด้าวผู้ให้กู้ ได้เรียกเก็บเงินสดใช้หนี้รายวัน หรือให้โอนเงินใช้หนี้เข้า บัญชี ชื่อบัญชี MR.B (นามสมมุติ) จึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อทําการจับกุมตัว

โดยในวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ชุดสืบสวนฯ ได้สืบทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหนี้ชายชาว อินเดีย จะเข้ามาเก็บเงินสดที่กู้ยืมที่แผงร้านค้าของผู้เสียหายที่ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงได้ซุ่มดูละแวกใกล้เคียงแผงร้านค้าของ จนพบเจอชายลักษณะต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง เดินเข้ามายังแผงร้านค้าของผู้เสียหาย และเรียกเก็บเงิน โดยขณะ ตรวจพบผู้ถูกจับทราบชื่อภายหลังว่าMr.B(นามสมมุติ)สัญชาติอินเดีย ได้นําเจ้าหน้าที่ไปยังห้องเช่าของตนเองเพื่อที่จะ แสดงเอกสารหนังสือเดินทางที่อยู่ในห้องเช่า เจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบในห้องเช่า พบเอกสารหนังสือเดินทางปรากฏชื่อ Mr. B (นามสมมุติ) สัญชาติอินเดีย ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึง 16 พ.ย.2567
จากการตรวจสอบภายในห้องพัก พบสมุดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับโอนเงินกู้ที่มีเลขบัญชีตรงกับที่ผู้เสียหายแจ้งพร้อมด้วยบัตรเอทีเอ็มที่ใช้สําหรับถอนเงิน ที่ ได้รับจากการเก็บเงินกู้และสมุดโพยจดบัญชีเก็บเงินกู้วางอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าว โดยผู้ถูกจับไม่ได้รับ ใบอนุญาตทํางานแต่ได้มาประกอบอาชีพ ปล่อยเงินกู้เลี้ยงชีพของตนจึงจับกุมดําเนินคดีในฐานความผิด“ให้ผู้อื่นยืมเงินโดย คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกําหนด และ ทํางานโดยไม่มีใบอนุญาตทํางานฯ” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ห้าม เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 และ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทํางานคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8

