เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า ตำรวจเกาหลีใต้ ได้จับกุมตัวนายหน้าค้าประเวณีได้ที่เขตโซล คยองคีโด และ ชุงชอง เกาหลีใต้ หลังตรวจพบว่า นายหน้ารายนี้ได้พาผู้หญิงไทยเข้ามาค้าประเวณีด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยใช้ร้านนวดแผนโบราณบังหน้า นับตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มีผู้หญิงไทยรวมกว่า 200 คนที่เข้าขายประเวณีในเกาหลีใต้ ในจำนวนนี้มีชายแปลงเพศรวมอยู่ 40 คนรวมอยู่ด้วย ล่าสุด ตำรวจได้จับกุมตัวผู้จัดการทั่วไป นายหน้า ได้ 5 คน และผู้ค้าประเวณี 48 คน ในจำนวนนี้ถูกส่งให้กองตรวจคนเข้าเมืองส่งกลับประเทศ 12 คน ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากตำรวจเกาหลีใต้ว่าได้ทลายแหล่งร้านนวด และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวหญิงไทยได้ ส่วนจำนวนเท่าไหร่นั้นยังไม่ได้รับรายงาน แต่ยืนยันว่าน่าจะไมถึง 200 คนอย่างที่เป็นข่าว ซึ่งขณะนี้ได้ประสานตำรวจสากลเกาหลีใต้เพื่อขอข้อมูลและช่วยเหลือเหยื่อแล้ว
จากการสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่า ได้มีนายหน้าอาจจะเป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลอกเหยื่อชักชวนให้ไปเที่ยว ทำทีท่าว่าได้เงินด้วย จึงทำให้เหยื่อเกิดความสนใจและถูกหลวงได้ง่าย ส่วนเหยื่อเหล่านี้ถือเป็นเหยื่อค้ามนุษย์หรือไม่นั้นยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยที่ผ่านมาตำรวจไทย มีการเข้มงวดเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ และมีสถิติการจับกุมเพื่อดำเนินคดี จึงไม่ต้องกังวลว่ากรณีนี้จะส่งผลกระทบต่อการพิจารณา การจัดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยยังถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 เพราะไทยมีกฎหมายรองรับและข้อปฏิบัติต่อเหยื่อเหล่านี้อยู่แล้ว สำหรับเทียร์ 3 มีเกณฑ์พิจารณา 3 เรื่อง คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ผลสำเร็จในการดำเนินคดี และการดูแลเหยื่อ ซึ่งกรณีดังกล่าวพิจาราณาแล้วไม่น่าจะเข้าตามหลักเกณฑ์

