เมื่อเวลา 14.20น. วันที่ 11 มกราคม พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก) พร้อมกับพล.ต.ต.มนตรี เทศขัน(ผบก.ป.), พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย(ผกก.5 บก.ป.), พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารูจัราลัย (รองผบ.ก)และพ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว (รอง ผบก.ป.) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมรวบแก๊งลักของเก่า ควงอาก้า ปล้นโรงงานร้างกลางเมืองนครปฐม เสียหายกว่า2ล้านบาท
โดยในคดีเเรก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 รายได้เเก่
1.นายชูชีพ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
2.นายชัยชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
3.นายฉัตรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
4.นายต้นตระการ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
5.น.ส.มณฑิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
6.น.ส.รุ่งทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
7.นางดอกรักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
8.น.ส.ชลธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
9.น.ส.ภิตติยา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม
ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ใด้จำนงให้เป็นทางคนเข้า,
โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และ ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมของกลางเป็น 1. รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทาดำ มีคอกกั้น จำนวน 1 คัน 2. รถยนต์กระบะยี่ห้ออิซุชุ รุ่นดีแม็ก สีเทาดำ มีคอกกั้น จำนวน 1 คัน
โดยจับกุมได้ที่ แคมป์คนงาน ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 09.00 น. ผู้ต้องหากลุ่มแรกจำนวน 8 คน ซึ่งเป็นเครือญาติกัน ได้เข้าไปลักสายไฟภายในโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม โดยถอดบานเกล็ดของอาคารแล้วมุดเข้าไปตัดลักสายไฟภายในโรงงาน ได้สายไฟหนักประมาณ 300 กิโลกรัม แล้วขนขึ้นรถกระบะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยในวันเดียวกันกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มแรก 8 คน ได้ตกลงใจ กันว่าจะเดินทางไปลักลอบตัดสายไฟที่โรงานที่เกิดเหตุอีก แล้วชักชวนกำลังคนมาก่อเหตุเพิ่ม รวมเป็น 19 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 จำนวน 6 คน ทำหน้าที่ควบคุมตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงงานฯ
กลุ่มที่ 2 จำนวน 7 คน ทำหน้าที่เข้าไปลักตัดสายไฟแล้วขนย้ายไปขึ้นรถกระบะ
กลุ่มที่ 3 จำนวน 6 คน ทำหน้าที่ขับรถไปส่งและพาผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 หลบหนี
ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันเดียวกัน กลุ่มผู้ต้องหาได้ลงมือก่อเหตุ โดยให้ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1ควบคุมตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งทั้ง 6 คน สวมใส่เครื่องแต่งกายอำพรางใบหน้า และในการเข้าควบคุมตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 ได้ใช้อาวุธปืนยาวอาก้า จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นแบบแม็กกาชีน จำนวน 1 กระบอก และมีดดาบเดินป่า ความยาวรวมด้ามประมาณ 30 เชนติเมตร
จำนวน 1 เล่ม เมื่อควบคุมตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยไว้ได้แล้ว ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ได้งัดประตูโรงงานเป็นช่องพอให้คนเข้าได้ แล้วเข้าไปลักตัดสายไฟ ขนย้ายออกมาขึ้นรถกระบะจำนวน 2 คัน ซึ่งมีผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 เป็นคนขับและคนโดยสาร ขนย้ายสายไฟและพาผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 หลบหนี ส่วนผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 ได้ขึ้นรถยนต์อีกคันหนึ่งหลบหนีออกไปพร้อมกัน ทั้งนี้ระยะเวลาก่อเหตุทั้งหมด เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 22.00 น. ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้สายไฟน้ำหนักราว 1 ตัน รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหากับพวกจำนวน 14 คน (อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ 5 คน) โดยก่อนหน้านี้สามารถจับกุมได้ 3 คน เหลือที่ยังหลบหนีอีก 11 คน
กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้รับการประสานจาก ภ.จว.นครปฐม ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือ จนทราบว่าผู้ต้องหาที่เหลืออีก 11 คน หลบหนีไปซ่อนบริเวณสถานที่จับกุม จึงนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา ในช่วงเช้าของวันที่10 มกราคม 2567 นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 9 คน ตามรายชื่อข้างต้น โดยจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของทั้ง 9 คน พบว่ามีประวัติและพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จึงจัดทำบันทึกประวัติต้องคดี ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพรงมะเดื่อ จ.นครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

