สายไหมต้องรอดพา’ป้าจุก’แม่ค้าอาหารตามสั่ง วัย 56 เหยื่อแก๊งเงินกู้โหดย่านฝั่งธนฯ หลังใช้หมวกกันน็อคฟาดหัวแตกพร้อมพังข้าวของในร้าน เข้าพบผกก.บางขุนเทียน ตร.รู้ตัวแล้ว 2 คนร้าย จ่อขอหมายจับ 6 ข้อหา
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 มกราคม ที่สน.บางขุนเทียน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้ง เพจสายไหมต้องรอด พา นางสาวทวีพร ศรีมา หรือป้าจุก อายุ 56 ปี ผู้เสียหาย เป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ย่านถนนวุฒากาศ แขวงและเขตจอมทอง กรุงเทพ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก.สน.บางขุนเทียน เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและเร่งรัดติดตามตัวนายตี๋ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) แก๊งเงินกู้นอกระบบก่อเหตุทำร้ายร่างกาย โดยใช้หมวกกันน็อคทุบตี จนได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก รวมถึงก่อหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.66 เคยขับขี่ จยย.พุ่งชน จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนทำลายข้าวของในร้านจนพังเสียหาย
นายเอกภพ เปิดเผยว่า ขอให้ผู้กำกับการ สน. บางขุนเทียน เร่งติดตามตัว คนร้ายที่ลงมือทำร้ายนางสาวทวีพร มาดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมขยายผลดำเนินการ ขั้นเด็ดขาด และใช้มาตรการยึดทรัพย์ กับแก๊ง เงินกู้นอกระบบ กลุ่มนี้ เนื่องจาก เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการปราบปราม กลุ่มนายทุนเงินกู้ นอกระบบดอกเบี้ยโหด หากยังปล่อยให้คนร้ายลอยนวลต่อไป อาจกลับมาทำร้าย คุณป้าและครอบครัวอีก และจากพฤติกรรม ดังกล่าวจะเห็นว่า แก๊งเงินกู้นอกระบบ แก๊งนี้ปล่อยเงินกู้ เก็บดอกเบี้ยโหด อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนแต่เมื่อผู้เสียหาย ขาดส่งเพียง 1-2 วันกลับมีการล้มหนี้ บังคับ เริ่มต้นจ่ายหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงถึง ร้อยละ 40 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง อีกต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.กฤติเดช ระบุว่า หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา นางสาวทวีพร ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนของ สน.บางขุนเทียน ทางตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ทำการ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์จนได้ความ ว่า คนร้าย มากัน 2 คน คนที่ลงมือทำร้าย ชื่อเล่นชื่อนายตี๋ จึงขยายผลจนทราบชื่อจริงนามสกุลจริงของนายตี๋แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอน การออกหมายจับ ส่วนอีกคนซึ่งทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ ขณะนี้ยังไม่รู้ชื่อจริง-นามสกุลจริง จึงยังไม่สามารถดำเนินการขอออกหมายจับได้ สำหรับนายตี๋ พนักงานสอบสวน เตรียมเสนอศาลออกหมายจับรวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย กระทำการทวงหนี้ ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใด ที่ให้เกิดความเสียหาย แก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือ ของผู้อื่น ตามพ.ร.บ.ทวงหนี้ พ.ศ 2558 มาตรา 11( 1) โทษตามมาตรา 41 จำคุกไม่เกิน 54 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, ประกอบกิจการสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ, ข่มขู่ผู้อื่นให้ตกใจกลัว, และ ทำให้เสียทรัพย์
พ.ต.อ.กฤติเดช เผยอีกว่า ขอให้มั่นใจได้ ตำรวจจะติดตามตัว ผู้ลงมือก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด และจะขยายผลนำไปสู่การจับกุมตัวนายทุนเงินกู้ซึ่งจากที่ทราบรายละเอียด พบว่า นายตี๋เป็นหนึ่งใน นายหน้าปล่อยเงินกู้ให้กับนายทุนย่านรังสิต
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.66 เวลาประมาณ 10.50 น. นางสาวทวีพรผู้เสียหาย เคยเดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ศรายุทธ สันทัด รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน ว่าถูกนายตี๋ ผู้ก่อเหตุรายนี้ลงมือทำร้าย หลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย.66 ได้ขอกู้เงินมาจากนายตี๋ จำนวน 4,000 บาท แต่ได้รับเงิน จำนวน 3,400 บาท โดยให้ผ่อนวันละ 200 บาท ระยะเวลา 24 วัน เมื่อนางสาวทวีพร ผ่อนได้เพียง 14 วัน กระทั่งวันเกิดเหตุ (22 ธ.ค.66) นางสาวทวีพร ไม่มีเงินจ่าย ทำให้นายตี๋ ไม่พอใจ ขับขี่ จยย.พุ่งชนจนขาได้รับบาดเจ็บ และทำลายข้าวของที่เตรียมไว้ขายจนเสียหาย เหตุเกิดที่ซอยวุฒากาศ 57-46 จอมทอง กทม. จึงตัดสินใจดำเนินคดี

