ตร.ไซเบอร์-ปปง. ยึดทรัพย์ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ กว่า 1.2 พันล้าน

12.01.24 | 13:55 น.

ตร.ไซเบอร์-ปปง. ยึดทรัพย์ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ กว่า 1.2 พันล้าน


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง. ) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายวิทยา นิติธรรม ผอ.กองกฎหมายและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงข่าว ปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ยึดทรัพย์สินได้มูลค่ารวมกว่า 1,205 ล้านบาท


นายเทพสุ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากทางสำนักงานปปง. บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด ในคดีของ น.ส.ธารารัตน์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ กับพวก ซึ่งถูกจับกุมไปแล้วเมื่อปี 2564 ซึ่งมีพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดในลักษณะเกี่ยวข้องกับการพนัน กระทำในลักษณะขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และหลอกลวงผู้เสียหายหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยใช้วิธีการโทรศัพท์สุ่มเข้ามาหลอกลวงประชาชนทั่วไป แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน

Advertisement

นายเทพสุ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชักชวนให้บุคคลทั่วไป มาแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาท เป็นเงินสกุลหยวน ในอัตราที่ถูกกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสถาบันการเงิน แต่เมื่อถึงกำหนดไม่โอนเงินหรือให้ผลตอบแทนตามกำหนด โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนมาก และมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน แปลงสภาพทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนมีการโอนเงินไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิดในลักษณะเว็บพนันออนไลน์มูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท ทางคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมไว้ชั่วคราว จำนวน 238 รายการ อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ดิน ห้องชุด สลากออมสินและเงินในบัญชีเงินฝากพร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 924 ล้านบาท

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า น.ส.ธารารัตน์ ถูกดำเนินคดี และแจ้งอายัดบัญชีเงินฝาก ในคดีฉ้อโกงประชาชนในหลายท้องที่ ทั้งใน จังหวัดอุบลราชธานี, ขอนแก่น, กรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากที่ ปปง. ส่งเรื่องมายัง ตำรวจไซเบอร์ แล้วก็เป็นที่มาของการปฏิบัติการตรวจค้นครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยปูพรมตรวจค้น 3 จังหวัด รวม 13 จุด ประกอบด้วยเชียงใหม่ 4 จุด นนทบุรี 2 จุดและกทม. 7 จุด

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า โดยจุดใหญ่สุดคือที่ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถยึดทรัพย์สินได้มากที่สุด เป็นรถยนต์โบราณแนวคลาสิกกว่า 50 คัน นอกจากนี้ในส่วนจุดพื้นที่นนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดบ้านหรู 2 หลัง มูลค่า 120 ล้านบาท รถยนต์โบราณ 6 คัน รถยนต์หรู 2 คัน รถ จยย.เวสป้า รุ่นดิออร์ มูลค่า 6 แสนบาท ผลิตออกมาเพียง 50 คันในโลก ทองรูปพรรณ เครื่องประดับและนาฬิกาแบรนด์เนม ซึ่งเจ้าของทรัพย์มีความเกี่ยวข้องกับ น.ส.ธารารัตน์ แต่เจ้าตัวอ้างว่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของภรรยาซึ่งเป็นชาวจีนที่ได้ทรัพย์สินทั้งหมดมาจากการประกอบธุรกิจที่ประเทศจีน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างให้ทางเจ้าของทรัพย์นำหลักฐานมาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งรวมการตรวจยึดทรัพย์สินทั้ง 13 จุด รวมมูลค่ากว่า 1,205 ล้านบาท


นายวิทยา นีติธรรม ผอ.การกองกฎหมาย ในฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. กล่าวถึงผลการดำเนินงานประจำเดือน ม.ค. 2567 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี สำนักงาน ปปง. ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังภายใต้กรอบกฎหมายในการยึด/อายัดทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการปราบปรามอาชญากรรมสำคัญ เช่น ยาเสพติด พนันออนไลน์ เป็นต้น และเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในรอบปี พ.ศ.2566 มีการดำเนินการยึด/อายัดทรัพย์สินได้รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยยึดและอายัดทรัพย์สิน 19 คดี ทรัพย์สิน 844 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 995 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติดฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการลักลอบหนีศุลกากร ซึ่งมีคดีสำคัญอาทิใความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกง การยักยอกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รวมจำนวน 492 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 940 ล้านบาท

โดยหลักเป็นคดีของนางสาวธารารัตน์ กับพวก ที่หลอกลวงผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งต้องสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนโดยใช้เงินสกุลหยวนใช้อุบายหลอกลวงให้ลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ด้วยการโพสต์ข้อความที่มีลักษณะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อชักชวนให้บุคคลทั่วไปมาแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาทเป็นเงินสกุลหยวนในอัตราที่ถูกกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสถาบันการเงิน แต่เมื่อถึงกำหนดไม่โอนเงินสกุลหยวนหรือไม่สามารถได้ผลตอบแทนตามกำหนด โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ยึดทรัพย์ไปกว่า 924 ล้านบาท

ในส่วนความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร มีการอายัดทรัพย์สิน 68 ล้านบาท กรณีกลุ่มขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยยึดอายัดทรัพย์ 53 ล้านบาทและความผิดรายอื่นๆ อีก 15 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ โดยยึดทรัพย์ เครือข่ายนายภูมิพัฒน์ กับพวก (อั้ม PSV) ที่เปิดให้เล่นเว็บไซต์ www.ufa24h.net และนายพงษ์ศิริ กับพวก ที่เปิดให้เล่นพนันออนไลน์เว็บไซต์ www.go-sbobet.comและ www.ok-sbobet.com โดยยึดทรัพย์ 882 ล้านบาท

ขณะเดียวกันได้ยึดทรัพย์กลุ่มของนาย ทุน มิน หลัด กับพวก ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจาก ในส่วนของกลุ่มนายทุนชาวพม่าได้รับสัปทานการขายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแม่สายไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยในช่วงเวลาที่กระทำความผิดมีการโอนเงินจากบัญชีผู้ค้ายาเสพติดในประเทศไทยเพื่อชำระค่าไฟฟ้าตามสัญญาแทนกลุ่มนายทุนประเทศพม่า โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติยึดทรัพย์ประมาณ 27 ล้านบาท