จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ อายุ 28 ปี หรือ ‘โยโกะ’ พริตตี้บูธรถแบรนด์ดัง เมื่อวันที่ 2 พ.ย.66 เวลา 00.48 น. ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านเอกมัย หลังจากที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยตรวจคัดกรองยาและสารเสพติดในเลือด โดยวิธีแก๊สโครมาโทกราฟี พบไซยาไนด์ปริมาณ 1.26 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าอาจไม่ได้มาจากการจบชีวิตตัวเองนั้น
เมื่อเวลา 17.24 น. วัน 13 มกราคม ที่สน.คลองตัน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) เปิดเผยกรณีการเสียชีวิตของ น.ส. พราวรดี สหัสธัชพงศ์ อายุ 28 ปี หรือ ‘โยโกะ’ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตันได้รับเเจ้งเมื่อประมาณ 20.15 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าน.ส. พราวรดี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง โดยบริเวณรอบปากนั้นมีลักษณะเหมือนฟองสีขาวอยู่โดยรอบ ซึ่งแพทย์ได้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการกินยาฆ่าตัวตาย โดยตรวจสอบภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นในห้องแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้มีการสอบถามจากผู้แจ้งนั่นคือญาติของผู้ตาย รวมถึงได้ข้อมูลจากเพื่อนชายของผู้ตายว่าก็ได้ทราบว่า ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นผู้ตายได้มีการนัดหมายกับเพื่อนชายคนดังกล่าวให้ไปกินข้าวที่บ้านของเพื่อนชายที่ย่านเอกมัยเหนือ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 23.45 น. โดยผู้ตายได้ขับรถไปเอง
โดยในช่วงประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ผู้ตายได้เกิดอาการน้อยใจเพื่อนชายคนดังกล่าว เนื่องจากว่าเพื่อนชายนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว และทางครอบครัวก็ได้โทรศัพท์มาหาเพื่อนชาย จากนั้นผู้ตายจึงแยกย้ายกลับมาที่คอนโด โดยมาถึงคอนโด เวลาประมาณ 06.42 ได้ขับรถกลับมาเองไม่ได้มีใครมาส่ง โดยผู้ตายถึงห้องพักประมาณ 06.45 น.
โดยจากการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตนั้นพบว่ามีการทิ้งข้อความไว้ใน แอพพลิเคชั่นโน้ตของโทรศัพท์ ประมาณ 08.56 น. โดยสรุปใจความได้ว่า เป็นการสั่งลาเพื่อนชายคนดังกล่าวเหมือนว่าให้เพื่อนชายนั้นได้ไปมีชีวิตที่ดีกว่าโดยไม่มีตน โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้นพบว่าหลังจากเวลาดังกล่าวผู้ตายไม่ออกจากห้องพักเลย จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เพื่อนชายคนดังกล่าวได้พยามติดต่อผู้ตาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงมายังคอนโดที่ผู้ตายพักอาศัยอยู่ แต่ไม่สามารถเข้าไปยังคอนโดได้เนื่องจากไม่มีคีย์การ์ดในการเปิดเข้าไปยังภายในคอนโดแต่เพื่อนชายคนดังกล่าวมีรหัสเข้าห้องของผู้ตาย ระหว่างนั้นเพื่อนชายคนดังกล่าวเลยนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ในขณะเดียวกันเองก็ได้มีการโทรหาผู้ตายอยู่เรื่อยๆ
จนมาประมาณ 04.00 เพื่อนชายก็ได้กลับไปเพราะไม่สามารถขึ้นไปได้ จนญาติของผู้เสียชีวิต ได้มาที่คอนโดในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 และได้ประสานงานไปยัง นิติของคอนโดดังกล่าว เพื่อใช้คีย์การ์ดในการเปิดเข้าคอนโดและลิฟท์ แต่พอที่ห้องก็ยังไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากห้องล็อคจนได้รหัสในการเข้าห้องจากเพื่อนชายคนดังกล่าว จนสามารถเข้าห้องได้และพบศพผู้ตายในลักษณะดังกล่าว โดยในส่วนของเจ้าที่ตำรวจนั้นหลังจากได้รับแจ้งแล้วก็ได้รีบรถเข้าไปยังที่เกิดเหตุ และได้ประสานไปยังนิติเวชเพื่อเข้าร่วมตรวจในที่เกิดเหตุด้วยเช่นกัน
ในที่เกิดเหตุเบื้องต้นในวันแรกนั้นยังไม่พบขวดไซยาไนด์ที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตโดยมาพบวันหลังในการเปิดตู้เซฟ โดยพบขวดไซยาไนด์ดังกล่าวบรรจุอยู่ในตู้พลาสติก 1 ขวด โดยในวันเปิดตู้เซฟดังกล่าวนางธัญพัฒน์ สหัสธัชพงศ์ มารดา ของผู้ตาย ก็ได้อยู่ร่วมในวันดังกล่าวด้วย ซึ่งตอนนี้ขวดไซยาไนด์ดังกล่าวนั้นได้ถูกส่งไปตรวจสอบ กับ หน่วยพิษวิทยาของสถาบันโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นนั้นพบว่าผู้ตายมีปริมาณไซยาไนด์เลือด 1.26 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งปริมาณดังกล่าวหากรับเข้าไปร่างกายนั้นสามารถเสียชีวิตได้ภายในเวลา30 นาทีและยังพบยากล่อมประสาทอยู่ในร่างกายจำนวน 10 เม็ด
พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ยังกล่าวว่า ในกรณีที่ตัวมารดาของผู้เสียชีวิตนั้นยังคาใจว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐานจึงไม่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในทันที ว่า ตนนั้นได้สอบถามกับพนักงานสอบสวนทราบว่า พนักงานสอบสวนได้รับทราบข้อมูลจากญาติผู้แจ้งว่า ทางผู้ตายนั้นมีประวัติในการรักษาโรคซึมเศร้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งเเต่เดือน กุมภาพันธ์ 2565 จนกระทั่ง 2 กันยายน 2566 จึงมีความเชื่อโดยสุจริตใจว่า น่าจะเป็นการกินยาฆ่าตัวตาย แต่ทั้งนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆทิ้ง แต่หลังจากที่มารดาผู้ตาย ร้องขอให้มีการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุก็ได้มีการประสานกับกองพิสูจน์หลักฐานทันที
ส่วนร่องรอยเขียวช้ำที่พบตามตัวนั้นได้ตรวจสอบจากโทรศัพท์ของผู้ตายเองพบว่า เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2566 เนื่องจากเกิดเหตุน้อยใจกับเพื่อนชายคนดังกล่าว จึงได้มีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าจะมีการตรวจสอบขวดไซยาไนด์ ดังกล่าวว่าผู้ตายได้มาอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของ บก.น.5 ได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ จะได้สืบทราบและขยายผลต่อว่ามีการสั่งซื้อมาอย่างไรและช่องทางใด
พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ในส่วนของ มารดาของผู้ตายได้สอบถามที่จะได้นัดหมายเพื่อให้ทำความเข้าใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่และยังจะให้มาร่วมดู พยานหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมได้เบื้องต้นด้วยว่าติดใจหรือสงสัยตรงไหน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถชี้แจงได้ไปพร้อมกัน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากตัวมารดาของผู้ตายไม่สะดวก แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเร่งประสานอีกครั้งนึง

