พลตรีพงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยภายหลังจากการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวังว่า วันนี้เป็นวันที่สองหลังจากที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบ หลังครบกำหนดสตมวาร 100 วันแห่งการสวรรคต เราได้ประเมินผลการจัดการ ปรากฏว่า เมื่อวานมีประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพกว่า 30,000 คน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่พบคือการบริหารจัดการประชาชนเข้ากราบได้ไวขึ้น เนื่องจากไม่ติดพระราชพิธีด้านใน และในส่วนของเต็นท์ประกอบอาหาร ได้ย้ายออกไปไว้ด้านนอกเรียบร้อยแล้ว โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ หมุนเวียนกันเข้ามาแจกจ่ายอาหาร ซึ่งได้มีการบริหารจัดการแบบพอเพียง และได้แจกจ่ายอาหารใน 3 ช่วงเวลา คือ 06.00 น. 11.00 น. และ 17.00 น. ขณะเดียวกันในส่วนของการรักษาความปลอดภัยได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจบุคคลที่จะเข้าพื้นที่สนามหลวงมากยิ่งขึ้น โดยได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดคุณภาพสูงในจุดคัดกรองทั้ง 8 จุด
นอกจากนี้ทาง กอร.รส.ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง โดยมี พลตรีธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน เพื่อบริหารพื้นที่ให้มีความลงตัวเหมาะสม เช่น การรับของบริจาค และบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะนี้มีหลายหน่วยงานเริ่มเข้ามาทำหน้าที่มากขึ้น อาทิ กรมศิลปากร ที่เข้ามาดูแลงานเกี่ยวกับการก่อสร้างพระเมรุมาศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาดูพื้นที่ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.) เข้ามาดูในส่วนของอาคารนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล รวมถึงจะมีการทำบัตรรักษาความปลอดภัยบุคคล การปรับเรื่องการจราจร ซึ่งอนาคตพื้นที่จะเล็กลงเนื่องจากใช้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ

