เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) กล่าวถึงกรณีการขอรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างครบถ้วน ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด รอให้ศาลมีการตัดสินเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีเสียก่อน หลังจากนั้น พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) จะตั้งโต๊ะแถลงข่าว
“ผมมั่นใจเมื่อตรวจสอบแล้ว การทำคดีในปี 2548 ถูกต้อง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร มั่นใจว่าทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้อง ละเอียดรอบคอบแล้ว หลังจากนั้นมีคนมาให้ข้อมูลที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับครู แต่เราก็ฟังไว้ แต่เป็นเพียงคำบอกเล่า เรารับฟังไม่ได้ เราต้องการพยานบุคคล หรือพยานเอกสาร ซึ่งเราได้พยานเอกสารมา เกี่ยวกับทะเบียนรถ” ผบช.ภ.4 กล่าว และว่า เรามั่นใจว่าการทำคดีของตำรวจในคดีนี้ตั้งแต่ปี 48 จนผ่านการพิจารณา 3 ศาล ศาลฎีกาลงโทษ เรามั่นใจว่าทุกอย่างทำถูกต้องแล้ว ตอนนี้เมื่อฝ่ายผู้ร้องขอรื้อฟื้นคดี ก็มีการรวบรวมพยานหลักฐาน คนที่เคยให้การ แล้วมากลับคำให้การในชั้นไต่สวน แล้วมาว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติม อ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่มาอ้าง ตนว่าตรงนี้ไม่น่าจะใช่ ไม่ได้บอกว่าเขาเท็จ แต่มองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องที่ถูกต้อง ตนไม่ขอบอกว่าหมายถึงใคร
ส่วนกรณีความสามารถในการขับรถของนายสับ วาปี นั้น พล.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า ตนก็ไม่ขอตอบในชั้นนี้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันมีผลผูกพันในคำพิพากษาของศาล ไม่ขอก้าวล่วง เคารพในคำพิพากษาของศาล เรื่องนี้การหาพยานหลักฐานตำรวจทำไว้หมดแล้ว รอให้ศาลไต่สวน จากนั้นจะเปิดเผย ตอนนี้ยังไม่ส่งพยานหลักฐานใดๆ ให้ศาล ยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานของ บช.ภ.4 หากอัยการร้องขอมาก็ยินดีสนับสนุนข้อมูล
ผบช.ภ.4 กล่าวว่า พยานหลักฐานเรามีเยอะมาก ตนมีหน้าที่ให้ความยุติธรรมกับประชาชน ขอให้มั่นใจตำรวจ
เมื่อถามว่า มีบางส่วนที่สันนิษฐานว่าตำรวจอาจปั้นพยานหลักฐานขึ้นมา พล.ต.ท.จตุพลกล่าวว่า นั่นคือการมโนไปเอง เป็นกระแส ตนอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง เสพข้อมูลข่าวสาร ขอให้ไตร่ตรองสักนิดก่อนแสดงความคิดเห็นใดๆ ในสังคมออนไลน์ ตอนนี้รอกระบวนการตัดสินของศาล อีกไม่กี่วันความจริงจะปรากฏแล้ว ตอนนี้สั่งพนักงานสอบสวนให้งดการให้สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวต่อสื่อมวลชน มีอะไรให้มาถามตน
สำหรับกรณีที่พยานด้านนางจอมทรัพย์กลัวถูกคุกคาม พล.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ห่วงใยเรื่องนี้ ตำรวจมีหน้าที่ให้บริการประชาชน ไม่มีหน้าที่ไปข่มขู่ใครหรอก ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ขอให้รับผิดชอบในคำพูดของตัวเองด้วย หากร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกัน ตนก็ยินดีส่งกำลังตำรวจไปดูแลทุกคน รวมถึงนางจอมทรัพย์ด้วย หากขอมาก็ให้ ยืนยันว่าไม่มีการส่งตำรวจไปติดตาม เฝ้าดู หากทำเช่นนั้นจะมองได้ว่าไปบีบกัน ตอนนี้ตำรวจทำตามหน้าที่ หากพยานรายใดร้องขอมา ตามมาตรการคุ้มครองพยานก็ยินดีดำเนินการให้
ผบช.ภ.4 กล่าวด้วยว่า ตนทำอาชีพตำรวจ จนเป็น ผบช. ให้ความยุติธรรมกับประชาชนมาโดยตลอด ยินดีรับคำวิจารณ์
“ใครจะว่า ด่าก็ว่าไป เป็นตำรวจถูกด่า ว่า ตั้งแต่เริ่มรับราชการแล้ว หนังเหนียวแล้ว แรงกดดันมันเยอะ เราทนได้ ไม่เช่นนั้นขึ้นมาไม่ได้ขนาดนี้หรอก ตอนนี้สอบพยานไปมาก มีความมั่นใจ ส่วนที่ระบุว่ามีขบวนการรับผิดแทนนั้นไม่ขอพูดถึง ก็เป็นการพูดกันไป ผมจะพูดเรื่องนี้เมื่อมีความชัดเจน ช่วงที่ยังคลุมเครือขอไม่พูดก่อน เดี๋ยวจะสร้างความสับสนให้สังคม ตอนนี้มั่นใจว่าเก็บพยานหลักฐานไว้ดี รอบคอบ รัดกุมที่สุด เรามีพยานหลักฐานหลายอย่าง รอดูของจริงที่จะออกมาดีกว่า” พล.ต.ท.จตุพลกล่าว และว่า ตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง รอง ผกก.สภ.คำชี จ.มุกดาหาร ผู้ทำคดีนี้สมัยเป็นพนักงานสอบสวนที่ สภ.นาโดน จ.นครพนม เสร็จแล้ว รายงานผุู้บังคับบัญชาไปแล้วตามลำดับชั้น แต่ไม่อยากเปิดเผยเดี๋ยวอีกฝ่ายจะไปสืบเสาะ เสาะหาอะไรมาอีก ตอนนี้เขามั่นใจของเขา ตำรวจก็มั่นใจในของตำรวจ

