หน้าแรก ในประเทศ เตือน เฝ้าระว...

เตือน เฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ JN.1 สสจ.โคราช เผย ติดง่ายกว่า แต่อาการรุนแรงน้อย

14.01.24 | 10:45 น.

มหาดไทยเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ JN.1 ระบาดหนักหลังปีใหม่ ขณะที่โคราชพบติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 91 ราย แอดมิต รพ.53 คน สสจ.ยันมีเตียงเพียงพอ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากพบว่ามีการระบาดเพิ่มขึ้นหลังช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะไวรัสโควิดสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งมีความรุนแรง และแพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น รวมทั้งกำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้นั้น

ล่าสุด วันนี้ (14 มกราคม 2567) นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้การบริหารของ นพ.สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับติดตามเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคอยู่ จากการรายงานล่าสุด พบผู้ป่วยรายใหม่ในรอบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 6-12 มกราคม 2567 จำนวน 643 คน หรือเฉลี่ยวันละ 91 คน

ซึ่งในจำนวนนี้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 53 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 12 มกราคม 2567 มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 33,966 คน เสียชีวิตสะสม 76 ราย ซึ่งในจำนวนผู้ป่วยสะสม ได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 1,511 คน โดยรักษาหายแล้ว 1,395 คน ยังเหลือที่ต้องยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีก 46 คน

ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในเกณฑ์รุนแรงน้อย มีบุคลากรดูแล มีเตียงไว้รองรับผู้ป่วยเพียงพอ ปัจจุบันจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มีอยู่ 1,081 เตียง มีผู้ป่วยอาการรุนแรง ระดับสีแดง ครองเตียงอยู่ 26 เตียง ในขณะที่ยาต้านไวรัสแต่ละชนิด และ Long Acting Antibody มีในสต๊อกเพียงพอ ซึ่งมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง ควบคุมการระบาดของโรค ยังต้องใช้มาตรการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่มเสี่ยง สามารถฉีดควบคู่กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้เลย ส่วนประชาชนทั่วไป ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง ตรวจ ATK ด้วยตนเองเมื่อมีอาการ และสถานประกอบการยังคงต้องใช้มาตรการ COVID Free Setting

Advertisement

นอกจากนี้ ต้องเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มประชากรพิเศษ เช่น แรงงานต่างด้าว เรือนจำ โรงเรียน และเตรียมพร้อมมาตรการรักษาพยาบาลให้เพียงพอตามมาตรฐาน พัฒนาระบบการเข้าถึงยารักษาโควิด-19 ของประชาชน

ส่วนกรณีสายพันธุ์ที่กรมควบคุมโรคตรวจพบขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งเป็นเชื้อที่กลายพันธุ์มาจากโอมิครอน ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่ระบาดแล้วทำให้ติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ทำให้มีอาการรุนแรงน้อย ยังสามารถใช้มาตรการป้องกันแบบเดิมได้อยู่ และจากการสุ่มตรวจเชื้อของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติแต่ละราย ก็ยังไม่พบสายพันธุ์ JN.1 ในพื้นที่ และตอนนี้แนวโน้มการแพร่ระบาดยังทรงตัว อาการป่วยรุนแรงน้อยลง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสี่ยง 608 จำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ผู้ดูแลต้องพากลุ่มเสี่ยงไปฉีดวัคซีนป้องกัน ส่วนประชาชนทั่วไปก็ควรร่วมด้วยช่วยกัน โดยการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกัน ก็จะช่วยไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดได้