สืบนครบาลจับหัวหน้าแก๊งคอลเซนเตอร์ คนสนิทอาเหลียง ช่วย 2 เหยื่อสาว หวิดถูกลวงค้ากาม

14.01.24 | 12:08 น.

สืบนครบาลจับหัวหน้าแก๊งคอลเซนเตอร์ คนสนิทอาเหลียง ช่วย 2 เหยื่อสาว หวิดถูกลวงค้ากาม


วันที่ 14 ม.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.วศิน อินทร์แก้ว สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สืบนครบาล และชุด PCT5 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวนาย นภดล ดีอินทร์ ฉายาใหม่ 29 ยอด อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.1403/2566 ลงวันที่ 28 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์โดยบังคับใช้แรงงาน , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือยอมจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายผู้อื่น , หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” และ ““มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางปืนแบลงค์กัน ยี่ห้อ sig sauer p365 (ปืนแปลง) ขนาด .380 acp จำนวน 1 กระบอกกระสุนปืนขนาด .380 acp บรรจุภายในแมกกาซีนแบลงค์กันจำนวน 8 นัด , 7 นัด และ แมกกาซีนแบลงค์กัน (แมกกาซีนแปลง) จำนวน 2 อัน ยาเสพติดประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) จำนวน 8 ซอง อุปกรณ์ในการเสพ จับกุมตัวได้ที่ คอนโดชื่อดังย่านลาดพร้าววังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว จ.กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากสืบนครบาลรับแจ้งกรณีหญิงไทยที่ถูกคนร้ายหลอกผ่านโลกออนไลน์ไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน 1 เดือน อยากกลับบ้าน หลังถูกหลอกไปถูกบังคับขืนใจ 25 ครั้ง เพื่อแลกกับอิสรภาพ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์  รอง ผบ.ตร.(สส) และ พล.ต.ท.สำราญ  นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ บช .น. ส่งสืบนครบาล และ ชุดปฏิบัติการ PCT 5 สืบสวนติดตามจับกุมแบบขุดรากถอนโคน และให้การช่วยเหลือเหยื่อโดยเร็ว

จนกระทั่งชุดสืบสวนนครบาลสืบสวนจนพบว่า นายใหม่ 29 ยอด  เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้ามนุษย์ และเป็นถึงระดับคนสนิทของ “อาเหลียง” หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน โดยนายใหม่มีภารกิจประจำการอยู่ที่เมืองไทย คอยค้นหาคนตกงานเพื่อพาส่งออกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์

Advertisement

แต่หากเหยื่อเป็นสาวหน้าตาดีบางรายก็ถูกส่งไปค้ากามแทน ล่าสุดยังวนเวียนรันวงการอยู่ในพื้นที่นครบาล จนสายข่าวพบว่ากำลังลวงเหยื่อสาว 2 รายถูกบังคับให้เสพยาเสพติดและกำลังจะส่งเหยื่อทั้งสองไปยังประเทศเพื่อนบ้าน Mission 24 ชั่วโมงจึงเกิดขึ้น จนท้ายสุด พล.ต.ต.ธีรเดช สามารถจับกุมตัวได้ และช่วยเหลือหญิงสาวทั้งสองรายได้อย่างหวุดหวิด ช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ม.ค. 66 จากการตรวจค้นห้องพักของนายนภดลฯ พบ อาวุธปืนแบงค์กันแปลง (ไทยประดิษฐ์) สีดำ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 30 นัด และ ยาไอซ์ จำนวน 8 ซอง

จากการสอบสวนนาย นภดลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองจบการศึกษาระดับ ปวช. ใน จ.กรุงเทพฯ แต่มีพื้นเพเดิมเป็นคน จ.เชียงใหม่ โดยที่ชีวิตเริ่มหักเหเกิดจากที่ ราวๆปี 2560 ตนเองได้เห็นแฟนสาวมีเพศสัมพันธ์กับพ่อเลี้ยงของตนเอง จึงทำให้กลายเป็นคนสติแตกและพยายามผูกคอตาย แต่ก็รอดมาราวได้ หลังจากนั้นจึงเริ่มเดินสายเดินทางไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเคยทำงานมาในแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาแล้วว่า 6 แห่ง ในพื้นที่ จ.สีหนุวิล , จ.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเคยหลอกลวงมาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสายที่ 1 หลอกว่ามีพัสดุ หรือหลอกให้หลงรักแล้วให้เทรดบิตคอยน์ โดยตนเองทำมาหมดเกือบทุกอย่างแล้ว และมีครั้งหนึ่งที่ได้เงินมากที่สุดคือหลอกให้หญิงคนหนึ่งหลงรัก ซึ่งรอบนั้นหลอกได้เงินจำนวน 10,000,000 บาท

หากท้ายสุดก็ได้ไปเจอกับอาเหลียง บอสใหญ่และได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาอยู่ในประเทศไทย คอยหาคนพาข้ามไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ โดยตนเองจะมีหน้าที่หาคนรวมไปถึงพาไปส่งที่บริเวณชายแดนปอยเปต และหลังจากนั้นบอสก็จะส่งคนมารับพาข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้างจากบอสหัวละ 5,000 บาท ส่วนยาเสพติดในห้องนั้นตนเองมีไว้เพื่อขายให้กับชาวจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทย ส่วนปืนนั้นมีไว้ป้องกันตัวเองเพราะกลัวอาเหลียงจะมาเอาชีวิตเพราะได้เบี้ยวงานในห้วงหลังๆที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบประวัติเคยถูกจับกุมในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์” เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 65 พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรีเบื้องต้นได้นำตัวนายนภดลส่งตัวและนำของกลางที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย