วันที่ 23 มกราคม 2560 นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากทางกรมชลประทานได้ออกแจ้งประชาชนตอนบนของประเทศหากสิ้นสุดฤดูฝนให้เตรียมเข้าสู่ฤดูแล้งหรือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ถึงแม้ว่า 4 เขื่อนหลัก สามารถกักเก็บน้ำได้เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ก็ยังขอความร่วมมือเรื่องการเตรียมความพร้อมไว้ซึ่งหากเกิดภัยแล้ง จึงให้มีการรณรงค์การใช้น้ำแบบประหยัด และให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้อย่างไม่ขาดแคลนเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำ ขณะที่การรับมือเมื่อเกิดปัญหาของสภาพน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร สามารถดำเนินการได้ ดังนี้ 1.ปิดประตูระบายน้ำในสวนของตัวเอง พร้อมสำรองน้ำและอุดรูรั่วตามแนวคันสวนโดยรอบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มเข้าร่วงสวน 2.ขุดสร้างคันดินล้อมรอบสวนเพื่อป้องกันการรุกของน้ำเค็ม 3.ลอกเลนตามร่องสวนออก เพื่อเพิ่มเนื้อที่กักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ และดึงน้ำจากดินชั้นล่างให้สามารถไหลออกมาใช้ได้
4.ดูแลสวนตนเองอย่างใกล้ชิดและตัดแต่งกิ่งที่จำเป็นออกเพื่อลดการคายน้ำ ลดปลูกพืชใช้น้ำมากในช่วงนี้ ใช้วัสดุคลุมโคมต้น เพื่อรักษาความชื้นของหน้าดิน 5.จัดหาแหล่งน้ำสำรอง และ6.หากน้ำเค็มเข้าที่ทำเกษตรให้เร่งรีบระบายออกจากแปลงเพาะปลูกให้หมด แล้วจัดหาน้ำจืดมาให้พืชพันธ์ุต้นไม้
เกษตรจังหวัดฯ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ล่าสุดจึงออกแจ้งเตือนส่วนกรณีกลุ่มเพาะเลี้ยงกล้วยไม้หมั่นตรวจตราวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ เช่น ใช้เครื่องวัด EC หรือส่งตรวจห้องปฏิบัติการของหน่วยงานราชการ จึงฝากแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเคยมีปัญหาดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การสังเกตน้ำใช้ถ้าเป็นน้ำเค็มจะส่งผลถึงต้นพืชจะมีอาการที่ปลายใบไหม้ ต้นเหี่ยวเฉา ใบจะเหลือง และผลผลิตจะสลัดลูกร่วงทิ้ง ซึ่งสิ่งผิดปกติเหล่านี้ล้วนต้องระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์กันตลอด ฟังการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตรด้วยหากมีข้อสงสัย

