ฝุ่นเช้านี้ สมุทรสงคราม-สาคร เหยียบร้อย กทม.สีแดง5เขต สีส้ม 45 เขต แนวโน้มไม่ดีขึ้นเลย

15.01.24 | 09:48 น.

ฝุ่นเช้านี้ สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร เหยียบร้อย กทม.สีแดง 5 เขต สีส้ม 45 เขต แนวโน้มไม่ดีขึ้นเลย

วันที่ 15 มกราคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า-GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” พบว่า 4 จังหวัด คือ สมุทรสงคราม 108 ไมโครกรัม สมุทรสาคร 101.2 ไมโครกรัม ราชบุรี 87.2 ไมโครกรัม และเพชรบุรี 77.6 ไมโครกรัม มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง และพบอีก 22 จังหวัด ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม โดย 3 อันดับแรกสีส้ม ได้แก่ สมุทรปราการ 75 ไมโครกรัม นครปฐม 74.9 ไมโครกรัม และนนทบุรี 70 ไมโครกรัม

ในขณะที่กรุงเทพมหานครเอง พบค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง จำนวน 5 เขต คือ หนองแขม 83.8 ไมโครกรัม ตามด้วยพระโขนง 83.6 ไมโครกรัม บางนา 78.7 ไมโครกรัม ดอนเมือง 78.6 ไมโครกรัม และหลักสี่ 75.2 ไมโครกรัม ในส่วนของอีก 45 เขตที่เหลือพบคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม โดย 3 อันดับ คือทวีวัฒนา 73.6 ไมโครกรัม บางขุนเทียน 72.7 ไมโครกรัม และ บางแค 71.5 ไมโครกรัม

แอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2567 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 238 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 99 จุด ตามด้วยพื้นที่แขต สปก. 54 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 42 จุด ชุมชนและอื่นๆ 18 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 17 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 8 จุด โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ชัยภูมิ 27 จุด ลพบุรี 25 จุด และนครราชสีมา 24 จุด

Advertisement

นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 2,048 จุด ตามด้วยพม่า 239 จุด ลาว 139 จุด และเวียดนาม 40 จุด

ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น”