กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร ยึดที่-รถแบ๊กโฮ นายทุนใหญ่ ถางป่า-ขุดดิน ลุ่มน้ำชั้น1เอ ป่าไม้ถาวร

15.01.24 | 10:57 น.

กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร ยึดที่-รถแบ๊กโฮ นายทุนใหญ่ ถางป่า-ขุดดิน ลุ่มน้ำชั้น1เอ ป่าไม้ถาวร

วันที่ 15 มกราคม พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม ลงพื้นที่ปฏิบัติ และบูรณาการหน่วยงาน เพื่อป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ ตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ทั้งนี้ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนใช้รถแบคโฮ สีฟ้า ขุดปรับพื้นที่บุกรุกป่า ริมถนนทางขึ้นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นบริเวณกว้างประมาณ 10 ไร่ ลงไปในหุบเขา จึงประสานการปฏิบัติกับ ผอ.สจป.4 สาขาพิษณุโลก และสบอ.11 พิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) และเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก้อ-น้ำชุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณ ริมถนนทางขึ้นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หมู่ 7 บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ไปถึงพบรถแบคโฮ ยี่ห้อโคเบลโค ขนาด 130 แรงม้า และรถแทรคเตอร์ล้อยาง จอดล็อคประตูอยู่ริมถนนบนพื้นที่ที่มีการปรับภูเขาจนเป็นพื้นราบ แต่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ คาดว่าหลบหนีก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึง เนื่องจากเครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ เมื่อตรวจสอบลงไปในหุบเขาพบมีการปรับพื้นที่ทำถนนลงไป และมีการขุดสระน้ำในร่องเขาจำนวน 2 บ่อ พร้อมทั้งขุดดินถมปิดร่องน้ำด้วย

Advertisement

“ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีนายสวย ทองเงา อายุ 66 ปี เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ให้การว่า เป็นผู้ดูแลที่ดินให้กับนายต๋อย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง)โดยรถแบคโฮที่ใช้ขุดปรับพื้นที่เป็นของเสี่ยมุ่ย คันเดียวกันกับรถ
แบคโฮ ที่จอดอยู่ในที่ดิน มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก 2 แปลงเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ส่วนในหุบเขาจุดที่ขุดบ่อน้ำ และปรับพื้นที่ในร่องน้ำ ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน”พ.อ.พงษ์เพชร กล่าว

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านทิศเหนือบ้านทางแดง ม.7 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มีการขุดสระน้ำ 2 บ่อและปรับแต่งพื้นที่โดยปรากฏร่องรอยการใช้รถแบ็คโฮในการขุดสระ และปรับแต่งดิน ตรวจบริเวณข้างเคียงพบรถแบคโฮสีฟ้า ยี่ห้อโคเบลโค จำนวน 1 คัน จอดอยู่ และมีรอยล้อรถแบคโฮต่อเนื่องจากจุดที่มีการขุดปรับดินไปจนถึงจุดที่รถแบคโฮจอด คณะเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจวัดพื้นที่ถูกบุกรุกด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม(จีพีเอส) จำนวน 10 จุด คำนวณพื้นที่ป่าถูกบุกรุก รวมเนื้อที่ 4 – 2 – 34 ไร่ พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวป่าไม้ถาวรป่าหมายเลข 22 และไม่มีเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน โดยมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำแนกเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 บีและ ชั้น 2(พื้นที่ต้นน้ำลำธาร)

คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จึงร่วมกันทำบันทึก ตรวจยึดพื้นที่ และรถแบคโฮ นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ตามปจว.ข้อ 5 เวลา 23.27น.เป็นคดีอาญาที่ 13 /2567 ยึดทรัพย์ที่ 8/2567 ลงวันที่ 14 ม.ค.67 ดังนี้ ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 1 แปลง รวมเนื้อที่ 4 – 2 – 34 ไร่ คิดค่าเสียหายรัฐเบื้องต้นเป็นเงิน จำนวน 687,900.- บาท ตรวจยึดรถแบคโฮ 1 คัน โดยกล่าวหาว่า กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” มาตรา 55 ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”