เจอแล้ว! เก๋งขาว ชนเดือดแท็กซี่ จอดทิ้งซอยอินทามระ แถมติดสติ๊กเกอร์ ‘สำนักงานอัยการสูงสุด’

15.01.24 | 12:21 น.

เจอแล้ว! เก๋งขาว ชนเดือดแท็กซี่ จอดทิ้งซอยอินทามระ หน้ารถติดสติ๊กเกอร์ ‘สำนักงานอัยการสูงสุด’ ตร.จ่อแจ้งข้อหา

กลายเป็นคลิปที่แชร์สนั่นในโลกออนไลน์ เหตุการณ์หน้าห้างดังแห่งหนึ่ง ย่านรัชดา ที่รถแท็กซี่ถูกรถเก๋งสีขาวเร่งเครื่องพุ่งชนแท็กซี่ ก่อนจะถอยอีกครั้ง และเร่งครื่องพุ่งชน พร้อมกับขับไปทันที จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์จำนวนมากนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่างเดือด! เก๋งขาวหัวร้อน พุ่งชน แท็กซี่พังยับ หน้าห้างดัง ย่านรัชดา

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด โดยทางรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ได้ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. เมื่อวันที่ 14 มกราคม

Advertisement

หลังจากเกิดเหตุแล้ว ทางแท็กซี่ได้นำรถไปจอดไว้ที่ สน.ห้วยขวาง สภาพรถพังยับ โดยเฉพาะช่วงท้ายรถ ประตูผู้โดยสารฝั่งซ้ายก็ถูกชนจนบุบ ด้านขวาก็ถูกชนเป็นแนวยาว เรียกได้ว่าถูกชนรอบคัน

นายยงยุทธ คนขับแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อคืนขับรถแท็กซี่อยู่เลนขวาสุด บริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโลตัสพระราม 9 ขณะนั้นกำลังจะเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้ามารับผู้โดยสาร ปรากฏว่ามีเก๋งสีขาวที่ขับตามมาด้วยความเร็วสูง แล้วเสียบพุ่งชนรถของตนด้านขวา แล้วก็ขับหลบหนีไป พร้อมกับเฉี่ยวรถแท็กซี่อีกคันในละแวกนั้นด้วย

นายยงยุทธกล่าวว่า ตนจึงขับรถตามไปจนทัน จากนั้นมีการปาดหน้า และจอดขวางเลนขวาสุดเพื่อให้รถเก๋งคันนี้ ไม่ให้หลบหนี แต่รถคันดังกล่าว ได้ถอยหลัง และขับพุ่งชนประมาณ 5-6 ครั้ง ก่อนที่จะขับหนี โดยเชื่อว่าคนขับรถเก๋งสีขาว น่าจะเมาแล้วขับ มีเจตนาที่จะหลบหนี การชนครั้งนั้น ทำให้ตนบาดเจ็บที่ข้อศอกขวาด้วย

เวลา 10.30 น. วันที่ 15 มกราคม ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ภายในซอยอินทามระ 26 ว่า พบรถยนต์ต้องสงสัยปรากฏร่องรอยการถูกชนและมีคราบสีเขียวคล้ายรถแท็กซี่ติดอยู่ จอดอยู่บริเวณท้ายซอย แต่ไม่พบตัวคนขับหรือผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงประสานตำรวจ สน.ห้วยขวาง ให้เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยนต์ Toyota Crown สีขาว ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานตรงกับรถเก๋งที่ขับพุ่งชนดะรถแท็กซี่ตามที่ปรากฏในคลิป จึงได้ดำเนินการนำรถยกย้ายรถต้องสงสัยคันดังกล่าว ไปตรวจสอบรายละเอียดที่ สน.ห้วยขวางต่อไป

เบื้องต้น จากการสอบถามชาวบ้านภายในซอย ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า รถยนต์คันดังกล่าวไม่ใช่รถของคนภายในซอย โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ประมาณ 4-5 ทุ่ม รถคันนี้ได้ขับเข้ามาจอดกีดขวางบริเวณด้านท้ายของซอย ชาวบ้านจึงได้ตะโกนบอกว่า มาจอดตรงนี้ไม่ได้ เพราะขวางรถของคนอื่น

ปรากฏว่ามีชายหนุ่มไม่ทราบรูปพรรณสัณฐานที่แน่ชัด เพราะเนื่องจากตอนนั้นเป็นกลางคืน ลงมาจากรถแล้วบอกกับชาวบ้านว่า ขอจอดแป๊บเดียว

ก่อนจะเดินออกไปสูบบุหรี่บริเวณปากซอยแล้วหายไปเลย โดยชาวบ้านไม่ได้กลิ่นสุรา เนื่องจากอยู่ระยะห่างจากคนขับรถพอสมควร พอชาวบ้านเห็นคลิปข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และโทรทัศน์ จึงเชื่อว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถคันก่อเหตุชนแท็กซี่กลางถนนรัชดาภิเษก จึงได้แจ้งให้ตำรวจมาดำเนินการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสภาพรถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณกันชนหน้าทั้งสองฝั่ง ถูกชนบุบจนไฟหน้าแตกพังทั้งสองข้าง บริเวณรถฝั่งผู้โดยสารปรากฏเป็นรอยครูดยาว และกระจกมองข้างซ้ายเสียหาย โดยทุกร่องรอยความเสียหาย ปรากฏคราบสีเขียวของรถแท็กซี่ติดอยู่

นอกจากนี้ยังพบว่า ภายในรถคันก่อเหตุ มีกุญแจคารถไว้อยู่และพบซองกับขวดน้ำ 2 ขวด บรรจุของเหลวสีชาเหลืองเอาไว้บริเวณพำนักเท้าที่นั่งผู้โดยสารหน้า ซึ่งต้องนำให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปว่าของเหลวดังกล่าวคืออะไร

ต่อมา พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวถึงกรณีรถเก๋งชนดะแท็กซี่ไม่ยั้ง กลางถนนรัชดาภิเษกว่า จากการสืบสวน เบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ มีคู่กรณีจำนวน 3 คัน เป็นแท็กซี่ 2 คัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือรถที่ปรากฏในคลิป และรถเก๋ง Toyota Crown สีขาวออกบรอนซ์

วันก่อเหตุ พบว่าแท็กซี่เขียวเหลืองที่ปรากฏในคลิป ขับมุ่งหน้ามาจากแยกผังเมือง ก่อนเลี้ยวขวาแยกพระราม 9 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกและพยายามเบี่ยงซ้ายมารับผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าโลตัสพระราม 9 หรือฟอร์จูนทาวน์ ส่วนรถเก๋งคันก่อเหตุขับมุ่งหน้ามาจากดินแดง แล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกพระราม 9 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก ก่อนจะมาขับพุ่งชนรถแท็กซี่เขียวเหลืองคันดังกล่าว

จากนั้นรถเก๋งคันก่อเหตุ ได้ขับมุ่งหน้าตรงไปยังแยกเทียมร่วมมิตร ซึ่งได้เฉี่ยวชนรถแท็กซี่อีก 1 คัน บริเวณด้านหน้าตึก RS ก่อนที่แท็กซี่เขียวเหลืองจะสามารถมาปาดหน้าดักสกัดได้ทันบริเวณด้านหน้า the Street แล้วก็เกิดเหตุการณ์ดังที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและโชคดีที่มีพลเมืองดีในพื้นที่สามารถบันทึกคลิปเอาไว้ได้

หลังเกิดเหตุ คนขับรถแท็กซี่ผู้ได้รับความเสียหาย ได้เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นสามารถพิสูจน์ทราบรถเก๋งคันก่อเหตุได้แล้วว่าใครเป็นผู้ครอบครอง แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ครอบครองรถกับคนขับในวันก่อเหตุ เป็นคนเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ พบว่าผู้ครอบครองเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 ปี แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถมาให้ปากคำ ที่สถานีตำรวจและสั่งการชุดสืบสวนให้ติดตามตัวผู้ครอบครองรถคนดังกล่าวแล้ว

เบื้องต้น เตรียมแจ้งข้อหาผู้กระทำความผิดในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย, ข้อหาชนแล้วหนี, และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเมาแล้วขับหรือไม่ ต้องรอให้ได้ตัวคนขับรถผู้ก่อเหตุก่อนถึงจะนำมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และผู้ร่วมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ พบว่า รถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว ติดสติ๊กเกอร์ “สำนักงานอัยการสูงสุด” อยู่หน้ากระจกรถด้วย