สืบนครบาล จับ ‘ตัวพ่อ’ ผลิตปืนขายออนไลน์ อึ้งรายได้ ‘เดือนละแสน’ ศึกษาเองในยูทูบ

16.01.24 | 11:39 น.

สืบนครบาลร่วมกับชุด PCT 5 ทลาย 2 จุดผัวเมียตัวการผลิต จำหน่ายอาวุธปืนแบลงก์กันแปลง ชิ้นส่วนอาวุธปืนส่งขายผ่านกลุ่มปิดทางโซเชียล


เมื่อวันที่ 15 มกราคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ, พ.ต.ต.ทศรัศมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.ธนพล มโนษร, ร.ต.อ.ปฏิภาณ ไกรลาศฉิมพลี, ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 4 และ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.ร่วมจับกุม นายวิมล อายุ 39 ปี และ น.ส.จันทนา อายุ 37 ปี โดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปีนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ให้เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

โดยปัจจุบันสถิติอาชญากรรมที่มีการใช้นำอาวุธปืนไปประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย ปล้น ชิงทรัพย์ ในลักษณะอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายมีเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก อาทิ เหตุกราดยิงภายในห้างสรรพสินค้า, เด็กนักเรียนนักศึกษาต่างสถาบันนำอาวุธปืนไปใช้ยิงคู่อริ เป็นต้น ซึ่งหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความพยายามสืบสวนขยายผลจนทราบว่าผู้ก่อเหตุซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเพื่อมาก่อเหตุผ่านช่องทางออนไลน์จึงตระหนักและเน้นย้ำให้กำลังพลในสังกัดเฝ้าสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนต่างๆ ทางออนไลน์และช่องทางอื่นให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง จนชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ออกแกะรอยสืบสวนจนพบ “บุคคลซึ่งลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผิดกฎหมายให้กลุ่มผู้ซื้อผ่านกลุ่มลับ” ซึ่งเป็นอีก 2 ตัวการสำคัญซึ่งเป็นต้นตอของการก่อเหตุอาชญากรรมขึ้นในสังคมอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ชุดลาดตระเวนออน์ไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ สืบนครบาลสืบสวนบุคคลที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน อุปกรณ์ดัดแปลงอาวุธปืนชนิดต่างๆ ให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงขนาดต่างๆ ได้ทางโลกโซเชียล และส่งทางพัสดุไปรษณีย์ จึงได้ทำการเฝ้าสืบสวนติดตามพฤติกรรม จนพบสถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่จัดส่งพัสดุซึ่งภายในบรรจุอาวุธปืนเพื่อส่งขายให้ผู้ที่สั่งซื้อผ่านกลุ่มลับ ตลอดจนสถานที่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ผลิตอาวุธปืน ชิ้นส่วนอาวุธปืน และที่ซุกซ่อนอาวุธปืนที่ผลิตเสร็จเพื่อรอส่งขายให้แก่ลูกค้า จำนวน 2 จุด

จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดสระบุรีเพื่อพิจารณาอนุมัติหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้น ก่อนนำกำลังตรวจค้น จุดที่ 1 ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน หมู่ 7 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายวิมล พบตรวจยึดอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลงให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงขนาด .380 ได้ เครื่องกระสุนปืน อุปกรณ์ดัดแปลงอาวุธปืนชนิดต่างๆ ให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงขนาดต่างๆ ได้ ตลอดจนหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดี 40 รายการ

จากนั้นเข้าตรวจค้น จุดที่ 2 บ้านหลังหนึ่งในตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ของนางสาวจันทนา พบตรวจยึดอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลงให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงขนาด .380 ได้ เครื่องกระสุนปืน อุปกรณ์ดัดแปลงอาวุธปืนชนิดต่างๆ ให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงขนาดต่างๆ ได้ ตลอดจนหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดี จำนวน 16 รายการ

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า จากการซักถามนายวิมล ให้การว่าตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เดิมทีทำงานรับเหมาก่อสร้าง พนักงานโรงงานเกี่ยวกับทำเหล็ก จนมีประสบการณ์เกี่ยวกับการอ๊อก เชื่อม กลึงเหล็ก จนเมื่อประมาณต้นปี 2566 มีปัญหาสุขภาพ ทั้งด้านสายตา และโรคเบาหวาน จึงลาออกจากงานประจำในโรงงานที่ทำ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะลาออกจากงานตนมีความสนใจเกี่ยวกับการทำอาวุธปืนดัดแปลงจากปืนแบลงก์กัน โดยศึกษาดูวิธีการช่องยูทูบ และมีโอกาสฝึกทำระหว่างเลิกงานจนสามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้ สามารถทำได้ดี จึงหันมารับจ้างทำเป็นอาชีพหลักและเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการกลุ่มลับ

โดยทำห้องไว้สำหรับผลิต ดัดแปลง อาวุธปืนแบลงก์กันให้สามารถยิงกระสุนจริงได้ไว้บริเวณหลังบ้านที่ตรวจค้น ซึ่งดัดแปลงเอาห้องน้ำเก่าของบ้านที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาเป็นโรงงานผลิต และส่งขายให้แก่ลูกค้าซึ่งมีการสั่งซื้อทางออนไลน์ ที่ผ่านมาทำมาแล้วกว่า 6 เดือน มีลูกค้าสนใจสั่งซื้อมากพอสมควร ขายกระบอกละ 16,000 บาท กำไรหลังจากหักต้นทุนแล้วตกเฉลี่ยกระบอกละ 8,000 บาท

ในส่วนลำกล้องปืนและโม่ปืนดัดแปลง ขายชิ้นละ 1,500 ถึง 2,000 บาท รวมรายได้ต่อเดือน เดือนละกว่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท) เงินที่ได้มานำมาใช้จ่ายในครอบครัวและนำไปให้นางสาวจันทนา ซึ่งเป็นภรรยาลงทุนขายลูกชิ้นหมาล่าในพื้นที่

พร้อมกันนี้ นางสาวจันทนา ภรรยา รับว่าที่ผ่านมาตนทราบและรู้มาโดยตลอดว่าแฟนผลิต ดัดแปลง อาวุธปืนแบลงก์กันให้สามารถยิงกระสุนจริงได้และส่งขาย เห็นว่าพอมีรายได้แก่ครอบครัวที่ดีจึงไม่ได้ห้าม แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี นำส่ง พงส.สภ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป