ผอ.ศูนย์กะเหรี่ยงฯ แฉ คพ.ใช้เงินพันกว่าล้าน ฟื้นฟูห้วยคลิตี้ ผ่านมา 10 ปี ยังเต็มไปด้วยมลพิษ

16.01.24 | 16:17 น.

ผอ.ศูนย์กะเหรี่ยงฯ แฉ คพ.ใช้เงินพันกว่าล้าน ฟื้นฟูห้วยคลิตี้ ผ่านมา 10 ปี ยังเต็มไปด้วยมลพิษ

วันที่ 16 มกราคม นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา เปิดเผยว่า จากกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาสั่งกำหนดให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการฟื้นฟูสภาพลำห้วยคลิตี้ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 ด้วยการให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟื้นฟูใน 2 ระยะ ระยะแรกช่วงปี 2560-2564 ระยะที่ 2 สิ้นสุดปี 2565 นั้น

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการกำจัดมลพิษออกจากลำห้วยคลิตี้ แม้กรมควบคุมมลพิษจะใช้เงินเกือบ 1,000 ล้านบาท อ้างว่าทำการฟื้นฟูลำห้วยตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด แต่การดำเนินการไม่ใช่การ “กำจัดมลพิษ” ซึ่งต้องใช้บริษัทกำจัดมลพิษนำมลพิษเหล่านี้ออกไปสู่โรงงานกำจัดมลพิษ ซึ่งตั้งอยู่ภายนอกแล้วใช้ความร้อนสูงเพื่อให้มลพิษหมดไป จากนั้นจึงฝังกลบในพื้นที่ของบริษัท แต่กรมควบคุมมลพิษกลับเป็นการ “ย้ายมลพิษ” ไปฝังกลบในป่าเหนือลำห้วยคลิตี้ และเอาไปฝังกลบไม่ถึง 1% ของมลพิษทั้งหมด

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนงาน วิธีการ และดำเนินการฟื้นฟูตรวจและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ให้ครอบคลุมทุกฤดูกาลอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 ครั้งจนกว่าจะพบว่าค่าสารตะกั่วในน้ำ ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ไม่เกินค่ามาตรฐาน เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ปัจจุบันผ่านมา 10 กว่าปี ค่าตะกั่วในน้ำ ในดิน พืชผัก และสัตว์น้ำ ยังเกินค่ามาตรฐานอยู่เช่นเดิม

Advertisement

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาในอนาคตข้างหน้าจะไม่ใช่เฉพาะชาวบ้านคลิตี้ หรือชาวจังหวัดกาญจนบุรี เท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบจากพิษสารตะกั่ว น้ำในลำห้วยคลิตี้ที่ปนเปื้อนสารตะกั่วได้ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งน้ำจากแม่น้ำแม่กลองที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ผันลงสู่คลองมหาสวัสดิ์ เพื่อเป็นน้ำดิบที่นำไปผลิตน้ำประปาให้คนกรุงเทพฯและคนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาใช้ ซึ่งคนกรุงเทพฯและปริมณฑล อาจจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน หากไม่มีการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ตะกอนตะกั่วจากลำห้วยคลิตี้ที่ไหลลงในแม่น้ำแม่กลองก็จะไหลลงสู่อ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุดของประเทศ