สตม.รวบเครือข่าย “อัสราฟ” ขบวนการขนเเรงงานเถื่อน พบเงินหมุนในเครือข่ายกว่า 117 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เเถลงขยายผลจับกุมขบวนการขนชาวบังกลาเทศเครือข่าย “อัสราฟ” โดยจับกุมผู้ต้องได้ 2 ราย ได้เเก่ 1.นายอัสราฟ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี สัญชาติบังกลาเทศ บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ที่ 481/2566 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ในฐานความผิด “ร่วมกัน ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่” 2. นายอะบู (นามสมมติ) อายุ 47 ปี สัญชาติบังกลาเทศ บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 1073/2566 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ในฐานความผิด “เป็นผู้ให้ที่พักพิง ช่วยเหลือ หรือ ช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” จับกุมได้ที่บริเวณ ริมถนนปากน้ำ อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี

สืบเนื่องจากสืบเนื่องจากช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม 2566 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จ.สงขลา,ตม.จ.ปัตตานี, ตม.จ.นราธิวาส และ กก.สส.บก.ตม.6 ได้จับกุมต่างด้าวสัญชาติบังกลาเทศ หลบหนีเข้าเมืองจำนวนรวม 41 คน รวม 5 คดี เหตุเกิดต่างท้องที่กัน พร้อมขยายผลการจับกุมดำเนินคดีผู้ให้การช่วยเหลือ จำนวน 10 คน (เป็นคนสัญชาติไทย 8 คน คนสัญชาติบังกลาเทศ 1 คน คนสัญชาติปากีสถาน 1 คน) จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมพบว่าคนต่างด้าวทั้งหมดลักลอบเข้าราชอาณาจักรมาทางช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณจังหวัดสระแก้ว หลังจากนั้นจะนั่งรถประจำทางมาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งให้นายอะบู ลูกน้องนายอัสราฟ ทำหน้าที่จัดหายานพาหนะมาส่งให้กลุ่มคนไทยผู้ที่รอรับช่วงต่อที่จ.สงขลานำพาออกทางช่องทางธรรมชาติบริเวณจ.นราธิวาส เพื่อไปลักลอบทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนใช้เวลา เกือบ 1 ปี ในการรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งทราบว่า นายอัสราฟ ประกอบอาชีพนักธุรกิจบริษัท นำเข้า – ส่งออกสินค้าต่างประเทศ แต่เบื้องหลังทำหน้าที่ติดต่อหาคนต่างด้าวทั้งหมดกับนายหน้าที่ประเทศบังกลาเทศและประเทศกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางในประเทศไทย ร่วมกับผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ เก็บค่าหัว 100,000-150,000 บาทต่อคน พบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 117 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับนายอัสราฟ ในคดีความผิดข้อหา “ร่วมกัน ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ของพนักงานเจ้าหน้าที่” ต่อมาสามารถจับกุมนายอัสราฟได้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และได้นำตัวส่ง พงส.สภ.ควนมีด เพื่อดำเนินคดี



