ผบช.ภ.2 เห็นคลิปแล้ว ยันไม่มีถุงดำคลุมหัวลุงเปี๊ยก ร.ร.ตำรวจก็ไม่เคยสอน ตั้งกก.สอบแล้ว

18.01.24 | 13:34 น.

ผบช.ภ.2 ยืนยัน กรณีปรากฏคลิปเสียง ตร.ยอมรับใช้ถุงดำคลุมหัวลุงเปี๊ยก ตามหลักการ ‘ล้อเล่น!’ ก็ทำไม่ได้ ให้ คกก.สอบข้อเท็จจริงตรวจสอบภายใน 3 วันผิดหรือไม่ หากผิดลงโทษเด็ดขาด ลั่น โรงเรียนสืบสวนไม่มีสอน เผย ส่วนตัวเห็นคลิปภาพตอนสอบสวนแล้วไม่มีการใช้ถุงดำ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้สัมภาษณ์ภายหลังติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องคลิปเสียง ที่ปรากฏว่ามี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.อรัญประเทศ ได้มีการบังคับขู่เข็ญให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพ ว่า

ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งนี้ คงต้องรอผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน และตนเองได้ลงมาดูเพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และสั่งการให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน โดยนอกจากจะสอบข้อเท็จจริงตำรวจแล้ว ยังต้องสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในคลิปทั้งหมด โดยเฉพาะคนเปิดประเด็นในคลิปนี้

และในวันนี้ได้เรียก นายดาบตำรวจที่ขาพิการ มาทำการสอบข้อเท็จจริงด้วย เพราะเบื้องต้น ดาบตำรวจคนดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดี เพราะเมื่อมีการสืบสวนก็ได้มอบหมายให้ไปสืบสวน นายดาบก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ผู้บังคับบัญชาการสั่งการให้ไปหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และส่วนตัวยังไม่ได้คุยกับตัวละคร เพราะให้คณะกรรมการจัดการ

ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฆ่าป้ากบ ในกระบวนการสืบสวนไม่ได้ไปสอบถาม และไม่มีรายงานในวันแรกๆ ถึงกระบวนการสอบสวนและการเอาลุงเปี๊ยกมา แล้วทำอะไรกับลุงเปี๊ยกบ้าง แต่พอปรากฏคลิปออกมา จึงตรวจสอบกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ตอนเชิญตัวลุงมา และทำการสอบสวนว่าตอนนั้นทำอะไรกับลุงบ้าง

Advertisement

พร้อมย้ำว่า การเชิญมาสอบไม่ได้เป็นการจับกุม แต่กระบวนการในวันดังกล่าว จะต้องหาคนใกล้ชิดกับผู้ตายมาสอบก่อนว่ามีเหตุโกรธเคืองอะไรกันหรือไม่ซึ่งก็ได้ข้อมูลจากคนในพื้นที่ ว่าลุงเปี๊ยก คือคนใกล้ชิดที่สุด

ส่วนตัวเชื่อหรือไม่ว่า มีตำรวจคลุมถุงดำตามที่ปรากฏในคลิปเสียง พล.ต.ท.สมประสงค์ระบุว่า ตอบไม่ได้ว่าเชื่อหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่มีคลิปเสียงปรากฏการยอมรับว่า เป็นการ ‘ล้อเล่น’ กรณีการคลุมถุงดำ พล.ต.ท.สมประสงค์บอกเลยว่า “ในหลักการทำไม่ได้อยู่แล้ว ห้ามทำ แต่เข้าข่ายผิดกฎมายหรือไม่ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ”

พร้อมยืนยันว่า หากใครผิดลงโทษเด็ดขาดตามกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่าตำรวจกระทำผิดจริง ก็ลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ปล่อยปละละเลยแน่นอน และการตรวจสอบคลิปเสียงเป็นความผิดทางวินัย แต่หากพบว่าวินัยผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

ทั้งนี้ นักข่าวถามว่า วิธีการใช้ถุงดำ เป็นวิธีการสอบปากคำของตำรวจหรือไม่อย่างไร พล.ต.ท.สมประสงค์บอกว่า

“ผมโตมาเป็นผู้บัญชาการก็ไม่เคยเห็นว่ามีการใช้ถุงดำ โรงเรียนสืบสวนที่ไหนก็ไม่มีให้ใช้ถุงดำ ถุงดำมาปรากฏครั้งแรก คือกรณีของผู้กำกับโจ้ โรงเรียนที่ไหนสอนแบบนี้ ผมไม่เคยเจอ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ประชาชนรับฟังก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย และความน่าเชื่อถือไม่ใช่แค่ของไทย เป็นของต่างชาติด้วยที่จะมองว่าบ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ตำรวจทำด้วยความถูกต้อง อาจจะมีผิดไปบ้าง แต่ถ้าผิดส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อส่งศาลพิจารณาแน่นอน”

ส่วนบริเวณห้องสืบสวน สอบสวน มีกล้องวงจรปิดหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า ในห้องไม่มีกล้องวงจรปิด แต่เวลาสอบสวนมีการตั้งกล้องบันทึกภาพตามกฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหาย ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเรียกนำคลิปวิดีโอ ขณะสอบปากคำมาทำการตรวจสอบด้วย

พร้อมยอมรับว่า ส่วนตัวเห็นแล้ว ระหว่างการตรวจสอบคลิปภาพ ไม่มีภาพของการใช้ถุงดำคลุม ระหว่างการสอบสวน โดยคลิปนี้จะนำมาเป็นพยานหลักฐาน แล้วให้คณะกรรมการชั่งน้ำหนักเพื่อพิจารณาการจรวจสอบว่าผิดหรือถูกอย่างไร

ส่วนจะใช้การหักล้างความผิดหรือไม่นั้น พล.ต.ท.สมประสงค์ระบุว่า คงให้คณะกรรมการเป็นผู้ตรวจสอบรายละเอียดและชั่งน้ำหนัก

เมื่อถามว่าแล้ว ลุงเปี๊ยกจะเข้าข่ายผิดกฎหมายกรณีคำให้การหรือไม่นั้น พล.ต.ท.สมประสงค์ระบุว่า คำให้การของลุงเปี๊ยกในแต่ละวันสับสนไม่ตรงกัน จึงต้องส่งลุงเปี๊ยกไปรักษาอยู่ หลังจากนั้นจึงจะต้องนำผลการรักษามาแนบท้าย เพื่อพิจารณาว่าการกระทำของลุงเปี๊ยกเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่หากผิดก็ต้องดำเนินคดี