ด่วน! พระราม 2 อีกแล้ว กระเช้าสะลิงขาด คนงานร่วงดับ 1 เจ็บ 1

18.01.24 | 14:13 น.
ภาพจาก Nattapon Nakjinda

ด่วน! พระราม 2 อีกแล้ว กระเช้าสะลิงขาด คนงานร่วงดับ 1 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 12.55 น.วันที่ 18 มกราคม พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ เพ็ชรประกอบ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.แสมดำ รับแจ้งเหตุสลิงรถเครนขาด คนงานเสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณถนนพระราม 2 ซอย 72 ใกล้กับหน้าเอส แอล.เค.สตีล จำกัด แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา หนูสลุง ผกก.สน.แสมดำ และแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ช่วงขาเข้า บนนถนนพระรามที่ 2 ทางโค้งเลี้ยวออกถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนยกระดับพระราม 2 พบรถเครนขนาดใหญ่ ยี่ห้อ Tanado สีเหลือง ท้ายมีเลขทะเบียน TR-5049 จอดอยู่ ตรวจสอบพบกระเช้าเหล็กลักษณะเป็นลูกกรง สี่เหลี่ยมไม่มีฝาปิด ขนาดกว้าง 1 เมตรสูง 1.5 เมตร ไว้ใช้สำหรับขนสิ่งของล้มคว่ำอยู่ ด้านในพบศพนายวิภาค พรหมประสงค์ อายุ 44 ปี สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ มีเลือดนองออกปาก-จมูก เจ้าหน้าที่จึงทำการ CPR แต่ไม่เป็นผล นอนเสียชีวิตด้านในกระเช้า ข้างกันพบร่างนายธีรภัทร์ ขันนอก อายุ 24 ปี โดยทั้งสองรายเป็นช่างแมคคาทรอนิกส์ ได้รับบาดเจ็บ นอนทับร่างผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล PMG เพื่อรักษาเป็นการด่วน

สอบสวนนายสุชาติ ตงเท่ง อาสาสมัครมูนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า พอได้รับแจ้งเหตุก็รีบมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อมาถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน แต่ปรากฏว่ามีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน อีกคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา เบื้องต้นทราบว่ากระเช้าดังกล่าวไม่ได้เป็นกระเช้าสำหรับบรรทุกคนขึ้นไปด้านบน แต่เป็นกระเช้าสำหรับขนของ

ขณะที่คนขับรถเครนได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขึ้นไปขับรถเครนคันดังกล่าวโดยมีนายวิภาค พรหมประสงค์ หรือ ราม ผู้เสียชีวิต และ นายธีรภัทร์ ขึ้นไปบนกระเช้าเพื่อจะไปเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นโช๊คไฮโดรลิคโช๊คคานเหล็กยก segment หรือรางรองรับพื้นถนนทางด่วน ซึ่งระหว่างที่คนงานทั้งสองคนอยู่บนกระเช้าไม่ได้โทรศัพท์หรือส่งสัญญาณถึงความผิดปกติของเครนและกระเช้า จากที่โดยปกติแล้วจะสื่อสารกันผ่านโทรศัพท์ จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นคล้ายกับวัตถุขนาดใหญ่หล่นกระทบพื้น ตนจึงได้วิ่งออกจากรถไปดูก็พบว่าสายสลิงดึงกระเช้าขาด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนจากนั้นจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย

Advertisement

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้กระทำการโดยประมาทแต่อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุ และระบบเซฟตี้ของตัวเครน เพราะช่วงที่กระเช้าขึ้นไปจนสุดระยะเครน 1 ในคนงานได้สื่อสารผ่านโทรศัพท์มาว่าให้นำกระเช้าขึ้นไปให้สูงกว่านี้เพราะยังไม่ถึงจุดโช๊คไฮโดรลิคที่จะไปเปลี่ยนน้ำมัน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าที่ผ่านมาตัวเครนและชิ้นส่วนอื่นมีท่าทีบ่งบอกว่าถึงความชำรุดหรือไม่ ทางคนขับรถเครนบอกเพียงว่า ตนไม่สามารถตอบได้ อยากให้ทางบริษัทเป็นผู้ตรวจสอบว่าเครื่องจักรมีสภาพที่ชำรุดหรือไม่ และพิจารณาตอบคำถามนี้เอง โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นคนที่ขยันทำงาน ซึ่งก็เคยทำงานร่วมกันมาระยะเวลาหนึ่ง โดยทั้งคู่ ค่อนข้างจะมีความชำนาญเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยขึ้นกระเช้าไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไฮโดรลิคในลักษณะนี้มาแล้ว ก็ไม่เคยเกิดความผิดพลาด

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน ผู้คุมคนงานและคนขับรถเครน เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาว่าประมาทฯหรือไม่และหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

 

ภาพจาก Nattapon Nakjinda
ภาพจาก Nattapon Nakjinda