พล.ต.อ.เอกแนะตัดวงจรอุบาทว์ตำรวจ ยกระดับงานโรงพัก สายสืบสวนสอบสวนโต

เมื่อวันที่ 21 มกราคม พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “ข่าวที่โด่งดังขณะนี้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของตำรวจหลายเรื่อง เช่น คดีป้าบัวผัน คดีนายตำรวจค้ายาบ้าเอง ฯลฯ

เป็นเรื่องน่าอดสูใจและเศร้าใจอย่างยิ่ง ที่ตำรวจบางคนก่อให้เกิดความเสียหายให้กับประชาชน สังคมและองค์กร เป็นปลาเน่าส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งข้อง

ผมได้เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่า ตำรวจโรงพัก ที่ประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สถานีตำรวจ 1,484 แห่งทั่วประเทศ มีตัวคนจริงประมาณ 124,000 คนเป็นตำรวจหน่วยปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดขององค์กรตำรวจ(ตำรวจที่ตกเป็นข่าวทั้ง 2 กรณีเป็นตำรวจโรงพัก)

สภาพปัญหาปัจจุบัน ตำรวจโรงพักมีสถานภาพกำลังพล ไม่ถึง 60 %(นับรวมที่อายุมาก ไม่สามารถไปทำหน้าที่เป็นสายตรวจป้องกันปราบปรามได้)

Advertisement

ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบมาก งานหนัก ปริมาณคดีสูงขึ้น พนักงานสอบสวนไม่เพียงพอ ไม่มีเส้นทางการเจริญเติบโต ผู้บังคับบัญชาไม่สนใจสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ ต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำงานสอบสวนเอง รถสายตรวจไม่มีน้ำมันเพียงพอในการออกตรวจ ฯลฯ(ดังปรากฏเป็นข่าวเมื่อครั้งที่สภาพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)

พี่น้องประชาชนต้องพึ่งพาหรือร้องเรียนบุคคลที่สาม มูลนิธิ สื่อต่าง ๆ รวมถึงขอความช่วยเหลือในการติดต่อโรงพัก ไม่ว่าเรื่องการไปแจ้งความ ขอความเป็นธรรมในคดี ฯลฯ

ตำรวจโรงพัก ตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ ขอรับการแต่งตั้งโยกย้ายไปอยู่หน่วยสนับสนุนการปฎิบัติการบางหน่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งความรับผิดชอบน้อย ค่าตอบแทนดีกว่า (งานน้อย เงินดี) อาทิ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ

ปัจจุบันบุคลากรหลักโดยเฉพาะนายตำรวจที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจซึ่งเป็นความหวังจะเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง เป็นผู้บริหาร ตร.ในอนาคตไม่สนใจปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสอบสวนซึ่งเป็นงานหลักของตำรวจ ทั้งที่ผ่านการฝึกอบรมการสืบสวนสอบสวนมาเป็นอย่างดี เพราะสภาพปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว

ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในช่วง 10 ปีที่ผ่าน เติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยระบบอุปถัมภ์โดยผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่มีประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ในโรงพักหรือเคยเป็นพนักงานสอบสวน อาจเพียงผ่านงานดังกล่าวช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่มีประสบการณ์ ไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญ และไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ปล่อยปละละเลยจนเกิดความเสียหาย

พวกเราคงไม่อยากให้วัฏจักรวงจรอุบาทว์นี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ตำรวจปฎิบัติหน้าที่มิชอบ หรือเป็นผู้ร้ายเสียเอง สอบสวนจับคนผิด(จับแพะ)สังคมประนามหยามเหยียด สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ ประชาชนเกิดวิกฤติศรัทธาตำรวจ แล้วก็เลือนหายไปจนกว่าจะมีกรณีเกิดขึ้นใหม่

คงไม่ต้องรอการปฏิรูปตำรวจเพิ่มเติมอีก ผู้บริหาร ตร.สามารถดำเนินการได้ทันที ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมแต่งตั้งโยกย้ายให้ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานีตำรวจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาลและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ต้องเป็นนายตำรวจที่เจริญเติบโตมาในสายฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการสืบสวนสอบสวน เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่องในสถานีตำรวจระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้บริการประชาชน อำนวยความยุติธรรม ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังแนวทางที่เคยเป็นมาในอดีต

ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเราได้ยกระดับให้ความสำคัญกับสถานีตำรวจ และตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจ หัวหน้าสถานีตำรวจมีความรู้ความสามารถเติบโตมาจากสายงานสืบสวนสอบสวนสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอ จะสามารถตัดวงจอุบาทว์ที่ตำรวจประพฤติปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image