ผบ.ตร. ประชุมผู้บริหาร ตร. เน้นผู้บังคับบัญชาทั่วประเทศทำความเข้าใจ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ อย่าอ้างไม่รู้ทำประชาชนเดือดร้อน กำชับ ทำคดีต้องรอบคอบ รวดเร็วเกินไปจะเกิดข้อผิดพลาด แจงไม่ใช่ไม่ให้ออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม เพียงแค่สั่งระดมกวาดล้างกลุ่มเยาวชน ที่รวมกลุ่มตั้งตัวเองเป็นอาชญากรย่อมๆ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่การประชุมบริหาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ครั้งที่ 1/2567 (สัญจร) ณ โรงแรม ฮิลตัน เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยก่อนเริ่มประชุม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีการมอบรถบรรทุกน้ำ จำนวน 1 คัน ให้กับ สภ.ทัพไทย จ.สระแก้ว และร่วมชมงานโอท็อปของคณะแม่บ้านตำรวจ และมอบเข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์ให้กับผู้ช่วย ผบ.ตร. รางวัลผลงานการกวาดล้างดีเด่นในช่วงเทศกาลให้กับตำรวจนครบาล อันดับ 1, ตำรวจภูธรภาค 2 อันดับ 2, ตำรวจภูธรภาค 4 อันดับ 3 ก่อนจะเปิดประชุมคณะผู้บริหาร สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า วันนี้ประเด็นหลักในที่ประชุมเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ปี 2565 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ เพื่อสร้างความเข้าใจไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายว่า จากนี้การทำงานของตำรวจต้องทำงานภายใต้กฎหมาย มีแนวทางปฏิบัติ ต้องทำให้ถูกต้อง จะมาใช้ความรู้สึกเดิมไม่ได้ หรืออ้างว่าไม่รู้ข้อกฎหมายไม่ได้ เพราะจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ซึ่งการประชุมวันนี้ก็จะเป็นการประชุมรวมทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำว่าการใช้ดุลพินิจเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการสืบสวนสอบสวน แต่ยุคใหม่การสืบสวนต้องมาด้วยพยานหลักฐานที่ถูกต้อง รอบคอบ หากรวดเร็วเกินไปจะเกิดข้อผิดพลาด
ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จะมีการเน้นย้ำเรื่อง พ.ร.บอุ้มหายฯ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ระบุว่า กรณีนี้ต้องเอาพนักงานสอบสวนมาอบรมใหม่ ไม่ปล่อยให้เขาไปทำหน้าที่ตามยถากรรม ต้องให้ความรู้กับข้าราชการตำรวจเรื่องนี้และไม่ใช่เฉพาะแค่ภาค 2 เท่านั้น แต่ต้องให้ทั้งประเทศปฏิบัติตามได้
ในส่วนเรื่องของเยาวชน ขอยืนยันว่าไม่ใช่ในเรื่องของการไม่ให้เยาวชนออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม แต่เป็นการสั่งการให้ทุกภาค ทุกโรงพัก ในรอบ 1 เดือน ให้ระดมกวาดล้างกลุ่มเยาวชนที่รวมกลุ่มตั้งตัวเองเป็นอาชญากรย่อมๆ แล้วออกไปตระเวนก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงไปร่วมกับทุกโรงพัก ซึ่งในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้
และในกรณีของ ปัญญา คงแสนคำ หรือ ลุงเปี๊ยก ที่ถูกบังคับรับสารภาพในคดีฆาตกรรม ป้าบัวผัน ตันสุ หรือป้ากบ ผบ.ตร.ระบุว่า กรณีนี้มีจเรตำรวจแห่งชาติเข้ามาทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงด้วย ไม่ได้สอบสวนแค่เฉพาะในภาค 2 เท่านั้น มีคำสั่งให้กระบวนการแล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากมีมูลความผิด ลำดับขั้นต่อไปเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบวินัยร้ายแรง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า หากเข้าสู่ระเบียบการตรวจสอบวินัยฯจะมีบทลงโทษคือปลดออก หรือไล่ออกจากราชการทันที
เมื่อถามว่าในกรณีที่ตัวแทนจากสำนักงานอัยการพิจารณาว่า ที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้แล้วอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ แต่ตำรวจพิจารณาเบื้องต้นว่ายังไม่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ดังกล่าว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ส่วนนี้ต้องรอให้มีผู้เสียหายเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ ลุงเปี๊ยกยังรักษาตัวอยู่ หากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็เข้าสู่การดำเนินคดีต่อไปได้

