เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มกราคม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 607 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดชี้สองสถานในคดีหมายเลขดำ พ 992/2559 ที่นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่กับพวกรวม 13 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องความผิดทางละเมิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-3 จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ระหว่างที่นักศึกษากำลังทำกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปีของการรัฐประหาร โดยเรียกค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน 16,468,583 บาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
โดยคดีนี้โจทก์แถลงขอนำพยานเข้าสืบ 37 ปาก ส่วนจำเลยนำพยานเข้าสืบ 20 ปาก รวมสืบพยานคู่ความ ต่อเนื่องกัน 10 วัน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตกำหนดวันสืบพยานโจทก์ ครั้งแรกในวันที่ 18 กรกฎาคม 2560
ภายหลัง นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมทำให้เกิดการบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย พร้อมทั้งนำตัวนักศึกษาไปคุมขังไว้ที่ สน.ปทุมวัน จึงฟ้องฐานละเมิดพร้อมเรียกค่าเสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ คดีนี้จะเริ่มนัดสืบพยานตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 วัน โดยแบ่งโจทก์ 5 วัน จำเลย 5 วัน ทางฝั่งโจทก์ตนได้เตรียมพยานเป็นประชาชน สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ 37 คนเข้าเบิกความ ในการสืบพยานจะมีการนำคลิปเหตุการณ์จริงเปิดในศาลด้วย ส่วนฝั่งจำเลยมีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งหมด 20 คน
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวถึงกระบวนการสร้างความปรองดองของรัฐบาล ว่าอาจเกิดขึ้นได้ยาก หากกระบวนการยุติธรรมยังไม่ให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มประชาชน ขณะนี้เตรียมเดินหน้าขอความเป็นธรรมในเรื่องการประกันตัวของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ต่อไป

