เครือข่ายกัญชา สงสัย กฎหมายกัญชาฉบับ ‘หมอชลน่าน’ โทษปรับสูงกว่าเหล้า-บุหรี่ ลั่นกม.เพี้ยน ฝากถึง สธ. ต้องเปิดร่างพ.ร.บ.ให้ปชช.ดูก่อนส่งเข้า ครม.
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา พ.ศ. … ฉบับล่าสุดที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดรับฟังความเห็นตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. จนถึงวันที่ 23 ม.ค. ว่า ตนมองภาพรวมของร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้มีปัญหา 3 จุดเป็นอย่างน้อย ได้แก่ ประเด็นที่ 1 การจำกัดสิทธิการปลูกในระดับครัวเรือน ซึ่งจะมีผลต่อการฟื้นฟูภูมิปัญญาการใช้กัญชาในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคชนบท แม้ว่ากระทรวงฯ อ้างว่าทุกคนมีสิทธิที่จะขออนุญาตปลูก แต่การขออนุญาตนั้นมีอัตราโทษทั้งการยึดใบอนุญาต การจำและการปรับ โดยทั้งหมดนี้เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อัตตวินิจฉัยได้ ซึ่งต่างจากร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับก่อนที่ถูกนำเข้าสภา ที่กำหนดไว้เพียงการจดแจ้งเพื่อปลูกในครัวเรือนและห้ามจำหน่ายเท่านั้น ฉะนั้น ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับใหม่นี้ ที่บอกว่าเป็นการส่งเสริมทางการแพทย์และสุขภาพเป็นเพียงวาทกรรม เพราะไม่มีมาตราใดเลยที่ชี้ว่า เป็นการแพทย์และสุขภาพ ตนจึงอยากเสนอเรื่องนี้ว่า หากมีการให้ขออนุญาตปลูกถูกต้องแล้ว ก็ควรมีบทลงโทษเพียงส่วนของใบอนุญาต ไม่ควรมีโทษการปรับหรือจำคุก ส่วนผู้ไม่ได้ขออนุญาตก็ควรมีเพียงการปรับ ซึ่งอาจตั้งค่าปรับสูงๆ เพื่อไม่ให้คนทำผิด แต่โทษจำคุกไม่ควรมี เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ดังนั้นไม่ควรมีใครต้องโดนจับเพราะปลูกกัญชาแล้ว
ประเด็นที่ 2 การนิยามเรื่อง “สันทนาการ” ที่เป็นปัญหามาสู่การจับปรับมากแน่นอน เนื่องจากกฎหมายเขียนนิยามไว้กว้างๆ ซึ่งการเขียนลักษณะนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อัตตวินิจฉัยได้ว่า อะไรคือสันทนาการ อะไรคือไม่ใช่ ดังนั้น ก็จะนำมาสู่การกลั่นแกล้งประชาชนในการจับปรับ ผิดร้านจำหน่ายกัญชา ไปจนถึงปิดแปลงปลูกกัญชาด้วย เนื่องจากร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้กำหนดไว้ว่าห้ามใช้กัญชาในพื้นที่ที่อนุญาต ซึ่งหมายรวมถึงร้านจำหน่ายหรือแปลงปลูก
“กฎหมายแบบนี้เป็นกฎหมายที่เพี้ยน ไม่อยู่บนข้อเท็จจริง จะมาสู่การจับปรับกันมากขึ้น และประเด็นที่ 3 เรื่องบทลงโทษ ที่เมื่อดูแล้วจะเห็นว่าบทลงโทษสูงกว่าบุหรี่ สุรา ซึ่งเป็นยาเสพติดอย่างแน่นอน แต่ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้ จับปรับสูงกว่า โดยเฉพาะการขออนุญาตปลูก กลับมีบทลงโทษมากกว่าคนที่ไม่ได้ขออนุญาตปลูก ดังนั้น หลายคนคงเลือกไม่ขออนุญาตปลูกจะดีกว่า” นายประสิทธิ์ชัยกล่าว
นายประสิทธิ์กล่าวต่อว่า หากมีการบังคับใช้ตามร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้ก็จะก่อผลกระทบพอสมควร ดังนั้น หากกระทรวงฯ มีความจริงใจ ก็ควรจะนำร่างที่มีการปรับปรุงมาเปิดเผยกับประชาชนอีกรอบก่อนที่จะส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหากไม่มีส่วนนี้แล้วกระทรวงฯ ส่งร่างเข้า ครม. เลย ก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ เพราะมีบางประเด็นที่เป็นการละเมิดสิทธิกันมากเกินไป โดยเฉพาะบทลงโทษกับผู้ที่ขออนุญาตปลูก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่ยอม คงต้องออกมาเรียกร้องด้วยการชุมนุม ดังนั้น สิ่งที่เราเรียกร้องคือกระทรวงฯ ต้องให้ประชาชนดูร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ก่อนนำเข้า ครม. เพราะถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าทำไมถึงไม่ปรับ เช่น เรื่องการสูบกัญชาที่มีนิยามคำว่าสันทนาการกว้างมาก แล้วบทลงโทษสูงถึงการปรับ 60,000 บาท ซึ่งมากกว่าการสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ หากจะอธิบายส่วนนี้ก็ต้องมีหลักฐานการอ้างอิงว่า อิงจากกฎหมายใด ทำไมโทษปรับถึงสูงขนาดนี้

