ลูกเขยโรงสี ร้องเงิน500ล้านบัญชีพ่อตาล่องหน ท้าแบงก์โชว์เอกสารพิสูจน์ข้อเท็จจริง

24.01.17 | 16:54 น.

เมื่อเวลา12.00น. วันมี่ 24 มกราคม ที่สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี สามีนางนันทา คุ้มบาง ผู้จัดการมรดกของนายสง่า คุ้มบาง บิดาและเป็นเจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว และนางทิวา พิทท์ อายุ 38 ปี ทนายความ เข้าร้องเรียนนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กรณีนายสง่า ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) จำนวน 4 บัญชี ประมาณ 506 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันการทำธุรกรรมการค้ากับรัฐบาล แต่ในเวลาต่อมานายสง่าเสียชีวิตลง ทางครอบครัวจึงพยายามติดต่อไปทางธนาคาร เพื่อสอบถามเรื่องเงินในบัญชีทั้ง 4 บัญชี แต่ถูกบ่ายเบี่ยง และไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากทางธนาคาร จนกระทั่งไปร้องเรียนกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และล่าสุดวันนี้จึงเดินทางมาร้องเรียนกับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว

นายภิญโญ กล่าวว่า เมื่อนายสง่า เสียชีวิตเมื่อปี2530 ตนและครอบครัวติดต่อไปทางธนาคารกรุงไทย เพื่อขอตรวจสอบเงิน 506 ล้านบาท แต่ทางธนาคารกรุงไทยไม่ให้ตรวจสอบ จนกระทั่งเมื่อปี2555 ทางธนาคารกรุงไทย ส่งหนังสือแจ้งมาว่า เมื่อวันที่27 ธันวาคม 2528 นายสง่าถอนเงินออกไปหมดแล้ว และต่อมาธนาคารกรุงไทย แจ้งว่านายสง่านำโฉนดที่ดินมาแลกกับสมุดบัญชีทั้ง4เล่มแล้ว ตนและครอบครัวจึงไปตรวจสอบรายละเอียดของโฉนดที่ดินดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีการทำธุรกรรมใดๆทั้งสิ้น ภายหลังจึงทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทยกว่า 50 ฉบับ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น กระทั่งตนและครอบครัวเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักนายกรัฐมนตรี และในวันที่19 มกราคมที่ผ่านมาทางธนาคารกรุงไทยได้ทำหนังสือชี้แจงว่า นายสง่าทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ จึงจะต้องยึดบัญชีดังกล่าวไว้ ในกรณีดังกล่าว ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆได้สิ้นสุดในชั้นศาลแล้ว และเป็นคนละประเด็นกับที่ครอบครัวดำเนินการร้องขอความเป็นธรรม

นายภิญโญ กล่าวอีกว่า เรื่องราวทั้งหมดจะสิ้นสุดลง หากธนาคารกรุงไทยนำหลักฐานมาชี้แจงว่าจำนวนเงินทั้งหมดอยู่ที่ไหน หรือถอนออกไปแล้วหรือไม่ ถ้าถอนออกไปแล้ว ขอให้นำเอกสารลายมือชื่อตัวจริงมาแสดงให้ดู และถ้านายสง่าเป็นหนี้จริงให้นำเอกสารทั้งหมดมาให้ดู ถ้าทุกอย่างถูกต้องและชัดเจนตามที่ธนาคารแจ้งไว้ ตนจะถอนคำร้องเรียนทั้งหมด และจบเรื่องราวทุกอย่าง แต่ถ้าไม่เป็นความจริง ตนขอเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมดเช่นกัน