ป่าสงวนเขาค้ออาการหนัก นายทุนบุกรุกใหม่ไม่เกรงใจใคร วันเดียวจับ 5 ราย สร้างรีสอร์ต บ้านพัก ร้านกาแฟ สุดฮิต
เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ วันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนปรับพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หลายรายมาก โดยหลังจาก ได้รับการรองเรียน กรณี ป่าเขาโปลกหล่น ทำถนนคอนกรีตขึ้นไปบนภูเขา สร้างที่พักรีสอร์ต จึงประสานการปฏิบัติกับ ผอ.สจป.4 สาขาพิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) หน่วยป้องกันและพัฒนาเขาค้อ และชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เพชรบูรณ์ รวม 30 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น พื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 (พื้นที่ต้นน้ำลำธาร) ท้องที่หมู่ 6 บ้านดงหลง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางตามเส้นทางแคมป์สน-บ้านดงหลง หมู่ 6 ก่อนถึงหมู่บ้านพบพบรีสอร์ตสร้างใหม่ติดถนนลึกลงไปในหุบเขา 1 แห่ง และเมื่อเดินทางต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร พบมีการสร้างถนนคอนกรีตแยกขึ้นไปบนภูเขา จึงขึ้นไปตรวจสอบพบมีการจัดแปลงที่ดินบนภูเขาแบ่งเป็นล็อคขายจำนวน 6 แปลง มีรีสอร์ตที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 4 แห่ง จึงตรวจยึดดำเนินคดี 5 ราย ดังนี้
รายแรก “ล้านวิวเขาค้อ รีสอร์ต” มีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได และสร้างบ้านพักเป็นโดมทรงกลมขนาดใหญ่ จำนวน 4 หลัง ขายลูกค้าพัก คืนละ 1,500 บาท และโดมทรง A จำนวน 5 หลัง พักคืนละ 800 บาท มีนายสุรศักดิ์ พัฒนไพจิตต์กุล หรือนายเอ จาก จ.ขอนแก่น แสดงตัวเป็นเจ้าของให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าซื้อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินราคาไร่ละ 3 แสนบาท และแจ้งชื่อเข้าโครงการ คทช.พร้อมทั้งจดแจ้งเป็นที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการสำรวจการถือครองตามมติ ครม.30 มิถุนายน 2541 เป็นชื่อของนายบัวไขย แต่ได้ขายเปลี่ยนมือให้กับนายเอ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ เจ้าหน้าที่จึงให้นายเอ นำชี้ขอบเขตที่ดินจับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่ด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ถูกบุกรุก เนื้อที่ 3-1-52 ไร่

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า รายที่ 2 “ล้านวิวเขาค้อ รีสอร์ต” (2) เป็นของนายเอ รายเดียวกันกับรายแรกให้การว่ามาซื้อที่ดินตรงนี้เพิ่มอีก 1 ไร่ จากครู ชื่อเร ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ในราคาไร่ละ 250,000 บาท สร้างอาคารที่พัก และลานกางเต็นท์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 จึงให้นายเอ นำชี้ขอบเขตที่ดิน จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่ด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ถูกบุกรุกได้ 1-2-00 ไร่
รายที่ 3 อาคารไม่มีชื่อเป็นของ “นายโบ้ท” มาจาก จ.ขอนแก่น สร้างอาคารหรู 1 หลัง ทำเป็นร้านกาแฟเสร็จแล้ว และกำลังก่อสร้างทางขึ้น แต่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 จึงจับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ประมาณ 0-2-87 ไร่

รายที่ 4 เจ้าของคือ คุณโรท จากกรุงเทพฯ สร้างบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ 3 หลัง เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม.30 30 มิถุนายน 2541 เจ้าหน้าที่จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ประมาณ 1-2-00 ไร่
รายที่ 5 “แคสแซนดร้าเขาค้อ รีสอร์ต” เจ้าหน้าที่พบนายสมควร ผู้ดูแลให้การว่ารีสอร์ต เป็นของนายทัสมะ ภู่ด้วง มาจาก จ.ขอนแก่น ซื้อที่ดินจากครูเร(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง)ในราคาไร่ละ 250,000 บาท สร้างอาคารที่พัก 3 หลังเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้บริการแล้ว โดยนายทัสมะจ้างให้ตนเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม.30 มิถุนายน 2541 จึงให้นายสมควรฯ นำชี้ขอบเขตที่ดิน เจ้าหน้าที่จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ 0-3-00 ไร่

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วการกระทำทั้ง 5 รายดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 จึงร่วมกันทำบันทึก ตรวจยึดพื้นที่ทั้ง 5 แปลง นำส่ง พงส.สภ.เขาค้อ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด ดังนี้ 1. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” มาตรา 55 ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

2 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 “ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือ กระทำด้วยประการใดใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ” มาตรา 26/4 “ผู้ใดกระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทําลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทําลายหรือทําให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้น้ันมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทําลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น”
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงกับทั้ง 5 ราย ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีพื้นที่ถูกบุกรุกใหม่จำนวนมาก อีกหลายรายที่มาซื้อสร้างร้านกาแฟ, รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศซึ่งเกือบทุกรายเป็นนายทุนนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ได้ตามมติ ครม.26 พ.ย.61 ถึงแม้จะแจ้งชื่อในการสำรวจ คทช. เมื่อปี 2565 แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถอนุญาตให้สร้างได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 (พื้นที่ต้นน้ำลำธาร) ไม่เข้าหลักเกณฑ์ คทช.และไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิม ถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการตรวจสอบ และจับกุมผู้บุกรุก และตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุกทุกราย อย่างต่อเนื่อง

