หน้าแรก ในประเทศ เจ้าท่าภูเก็ต...

เจ้าท่าภูเก็ตสั่งสอบเหตุเรือพาดำน้ำระเบิด คาดโทษหนักหากพบประมาท

24.01.17 | 18:35 น.

วันที่ 24 มกราคม 2560 นายวินัย หมื่นสุวรรณ ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล อยู่ระหว่างติดประชุมที่ จ.ภูเก็ต ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ฯ เข้าสอบสวนปากคำกัปตันเรือ และเจ้าของเรือจรัญ 3 ที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล เพื่อให้เกิดความกระจ่างในทุกๆด้าน และตรงไปตรงมา หากพบความผิดให้มีการดำเนินคดีในทันที เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกครั้ง และเป็นการลงโทษหนักแก่ผู้ฝ่าฝืน หรือ ประมาท พร้อมทั้งหากพบการกระทำผิดให้มีการพักใบอนุญาตหากพบว่าเกิดจากความประมาท และริบใบอนุญาตหากมีการกระทำผิดซ้ำทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน

ด้านนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 18 คน และคนไทย 3 คนลูกเรือ หลังได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมงที่ออกมาหาปลาใกล้จุดเกิดเหตุเรือระเบิด  วันนี้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกจะเดินทางกลับไปยังเกาะหลีเป๊ะ และบางส่วนรอให้มีการติดต่อกับสถานฑูต เพื่อทำหนังสือเดินทางกลับประเทศ ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากไฟลวก และเศษกระจกบาด เป็นชาวต่างชาติ 2 คน และคนไทย 1 คน ซึ่งเป็นช่างเครื่องภายในเรือ ได้ถูกนำตัวส่งรพ.สตูล เพื่อตรวจเช็คสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากแรงอัดของเครื่องคอมเพรสเซอร์ได้ระเบิดใส่ขณะทำการอัดอากาศลงถังให้นักดำน้ำ และ ขณะนี้ทางบริษัททัวร์นำเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาด้วยได้อำนวยความสะดวกทั้งด้านที่พัก อาหาร ตลอดการพักอาศัย ส่วนการดำเนินคดียังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

201701241807582-20150518130435

นายเจตกร หวันสู ประธานสภาการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากช่างเครื่องได้ทำการอัดลมใส่ถังแก๊สบรรจุออกซิเจน เพื่อใช้ระหว่างทางแล่นเรือเกิดระเบิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด สำหรับนักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าว เป็นลักษณะการท่องเที่ยวแบบ Live On Board คือ ท่องเที่ยวและพักค้างแรมบนเรือ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสตูลก็มีเรือท่องเที่ยวประเภทนี้อยู่เป็นจำนวนมาก

201701241807583-20150518130435

Advertisement

“ในเบื้องต้นเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ ภาครัฐจะดำเนินการอย่างรัดกุมในการให้บริการ การตรวจสอบมาตรฐานของเรือ การตรวจสอบใบอนุญาต และมาตรฐานของอุปกรณ์ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการรองรับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำส่วนใหญ่ จะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ทางภาครัฐคงจะต้องมีมาตรการในการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ต้องเฝ้าระวังและวางแผนให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้อาจส่งมีผลกระทบในระยะเวลาสั้นๆ ในเบื้องต้นต้องให้รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ภาครัฐมีมาตรการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทุกส่วนถือปฏิบัติกันอยู่แล้ว โดยมีการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสภาพ ที่สำคัญคือ การสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ประกอบการ โดยเหตุการณ์เช่นนี้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบร่วมกัน จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้คงต้องทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน สื่อสารกับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจสถานการณ์ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี” นายเจตกร กล่าว