เมื่อวันที่ 25 มกราคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้ปราบปรามจับกุมผู้ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก ที่เก็บเงินสร้างบ้านมาทั้งชีวิตแล้วต้องมาเจอกับมิจฉาชีพในคราบนักบุญมีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 ราย รวมตัวร้องเรียนออกข่าวทางทีวี เรื่องถูกโกงการสร้างบ้าน รับเหมาแต่สร้างไม่เสร็จ หนีไป ซึ่งคนดังกล่าวใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ทิพย์วารี หลานปู่ใหญ่ แห่งภูนกหงษ์หิน” ลักษณะการก่อเหตุคือ จะลงแบบบ้านสวยๆ ในเฟซบุ๊กซึ่งตั้งราคาถูกกว่าที่อื่น พอมีผู้สนใจก็จะติดต่อไปและตกลงเจรจาเรื่องรับเหมาก่อสร้าง มีให้รับบัตรคิวจองทำงานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีลูกค้าที่จ้างให้ทำงานจำนวนเยอะ จากนั้นเมื่อเหยื่อเชื่อใจจะขอเบิกเงินผู้เสียหายล่วงหน้า แต่ส่วนมากจะสร้างไม่เสร็จและทิ้งงานหนีไป บางหลังก็มีแค่เสากับผนัง มีผู้เสียหายเสียเงินหลักหมื่นถึงหลักหลายแสนบาทบางรายใช้เงินก้อนสุดท้ายเพื่อจะสร้างบ้านไว้อยู่ในบั้นปลายชีวิต แต่ได้แค่เสา พื้น ผนัง สุดท้ายต้องไปทำงานเป็น รปภ.ได้ค่าจ้างวันละ 500 บาท เพื่อหาเงินมาสร้างบ้านต่อให้เสร็จ โดยผู้ต้องหารายมีการขู่ผู้เสียหายว่าใครโพสต์ประจานจะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาททั้งหมด ต้องมาขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น ไม่ใช่มาแต่กระเช้า จากนั้นชุดสืบนครบาลเริ่มทำการสืบสวนแกะรอยเป็นเวลากว่า 1 ปี สาเหตุเนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง และย้ายที่อยู่ไปเรื่อย เช่ารีสอร์ตรายวันในการหลบหนีเจ้าหน้าที่
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ต่อมา พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ข่าว ร.ต.อ.พีระเกียรติ ศิริฤทัยวัฒนา ร.ต.ท.สุนทร จันทะแจ่ม ร.ต.ท.ไพโรจน์ บุรีรักษ์ รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าว ชุดปฏิบัติการที่ 2 บก.สส.บช.น. ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.นิตยา กองแพงคำ หรือทิพย์วารี (ชื่อในวงการ) อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 259/2566 ลงวันที่ 28 ก.ค.2566 ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จับกุมได้ที่ร้านกาแฟ ต.กุศกร อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนการจับชุดสืบนครบาลสืบทราบจากสายข่าวว่า ผู้ต้องหาหลบหนีขึ้นภูเขาไปปฏิบัติธรรมบนสำนักสงฆ์ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เพื่อเอารูป มาสร้างภาพว่าเป็นคนจิตใจบุญ เป็นคนดี ชอบโพสต์คำคมในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับธรรมะ เช่น “กฏแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ” เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลจึงเฝ้าติดตามไปที่ดังกล่าวเพื่อจับกุมตั้งแต่เช้าจนกระทั่งพบเห็นผู้ต้องหากำลังเดินเข้าร้านกาแฟจึงเข้าไปควบคุมตัวก่อนผู้ต้องหาลงจากภูเขาเพื่อเตรียมจะหนี ซักถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและให้การว่าบางที่ช่างที่จ้างอีกทีทิ้งงาน บางหลังก็ขอเปลี่ยนแบบหรือเพิ่มสเปกแต่ไม่เพิ่มเงิน และอ้างว่าเจ้าของบ้านหาเรื่องทะเลาะ ไล่ช่างออก ไปแจ้งความฟ้องร้องเอาเงิน แต่ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ปักใจเชื่อแน่นอน จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตรวจสอบหมายจับพบว่ามีทั้งหมด 2 หมาย คือ 1.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 259/2566 ลง 24 ก.ค.2566 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” 2.หมายจับศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 411/2566 ลงวันที่19 ก.ย.2566 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จึงแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ โดยเฉพาะผู้รับเหมาสร้างบ้าน ควรพิจารณาจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงดี มีผลงานการก่อสร้างที่คุณภาพดีเป็นหลัก ตรวจสอบดูผลงานที่ผ่านมาว่าผู้รับเหมามีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ หรือมีประวัติการทิ้งงานก่อสร้างด้วยหรือไม่ มีการทำเอกสารสัญญาการก่อสร้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อลดปัญหาการที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน หากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. ผู้เสียหายให้รีบติดต่อร้อยเวรของท่านเพื่อทำเรื่องอายัดตัวผู้ต้องหาที่ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

