เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่25 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ดูแลงานด้านจราจร กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาจราจรบริเวณแยกรัชโยธินหลังปรับจราจรเป็นวงเวียน เพื่อก่อสร้างโครงสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธินและทำทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า การจราจรที่ติดขัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม เกิดจากการก่อสร้างอุโมงค์และปรับเปลี่ยนการเดินรถให้เป็นรูปแบบวงเวียน เพื่อทำผนังอุโมงค์ พื้นอุโมงค์ และหลังคาอุโมงค์ ทำให้จำเป็นต้องจัดการจราจรใหม่ แต่มีการพูดคุยวางแผนกับผู้รับเหมา วิศวกร พร้อมกับปรับวงเวียนให้มีขนาดเล็ก เพิ่มช่องทางจราจร ทำให้การเคลื่อนตัวของรถคล่องตัวขึ้น ตนได้ลงไปกำกับดูแลด้วยตนเอง เบื้องต้นมีการเพิ่มช่องทางเป็น4ช่อง จากเดิม 3 ช่อง ทำให้การจราจรในการเดินรถช่วงเช้าที่ผ่านมาคล่องตัวมากขึ้น และไม่มีผลกระทบกับแยกข้างเคียงการจราจรที่คล่องตัวนั้นเจ้าหน้าที่วัดจากบริเวณท้ายแถวทั้งขาเข้าและขาเข้าถนนพหลโยธิน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการก่อสร้างมีการคล่องตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารได้ พร้อมกับมีการบันทึกเป็นสถิติ อย่างไรก็ตาม การจราจรช่วงเช้าที่ผ่านมาสามารถคลี่คลายได้ในช่วงเวลาประมาณ 08.30-08.45 น. ถือว่ามีความคล่องตัวกว่าเมื่อวานหลายชั่วโมง
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการปิด 5 แยกลาดพร้าวเพื่อก่อสร้างตอม่อรถไฟฟ้า ที่จะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นั้น ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้รับเหมาว่าอย่าเพิ่งเริ่มดำเนินการ ขอให้ชะลอไว้ก่อน เพื่อให้สามารถจัดการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินได้ก่อน และจะมีการแถลงข่าวให้ประชาชนรับรู้ล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมรับมือ ตนจะหารือกับผู้รับเหมาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง สำหรับการก่อสร้างตอม่อรถไฟฟ้า จะแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ ระยะ A,B,C,D และ E โดย ระยะ A จะสร้างตอม่ออยู่ข้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว บนถนนพหลโยธิน ส่วนตอม่อที่ 2 จะขยับเข้าไปใกล้ 5 แยกรัชโยธิน เป็นต้น ส่วนการรับมือการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะมีขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯนั้น ต้องใช้วิธีจัดการจราจรแบบเดิม โดยจะมีการวางแผนบนความละเอียดรอบคอบเพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และที่สำคัญต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ล่วงหน้าว่า จะมีการเริ่มสร้างเมื่อไหร่ ตรงไหน ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนจากทาง รฟม.
ด้าน พล.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินเมื่อช่วงเช้าพบว่ามีความคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนตรวจสอบเส้นทางที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ขณะเดียวกันมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุที่อยู่ในเครือข่ายของตำรวจไม่ว่าจะเป็นวิทยุ จส.100 โทรศัพท์ 1137 นอกจากนี้ ยังมีสถานีวิทยุ สวพ. 91 โทร 1644

