เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 803 ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานผู้ร้องในคดี ฟ61/2556 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 3 ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของนายวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กับพวก เป็นผู้คัดค้านรวม 8 คน ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยวันนี้พนักงานอัยการผู้ร้องนำพยานเข้าสืบ 3 ปาก ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พระผู้เชี่ยวชาญในการสร้างพระพุทธรูป และประธานบริษัทดอกบัวคู่
ภายหลังสืบพยานในช่วงเช้า พ.ต.ท.รวมชัย มานะ อัยการประจำสำนักงานคดีพิเศษ 3 กล่าวว่า คดีนี้พนักงานอัยการผู้ร้องขอนำพยานเข้าเบิกความ 30 กว่าปาก ขณะนี้เบิกความไปแล้วหลายปาก คงเหลือพยานผู้ร้องที่ต้องเบิกความ 3-4 ปาก จากนั้นจะเป็นฝ่ายผู้คัดค้าน เตรียมพยานไว้ 20 กว่าปากขึ้นเบิกความต่อ ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป ต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยคดีนี้พนักงานอัยการร้องขอให้ยึดทรัพย์ที่เกิดจากการกระทำผิดหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
นายกิตติ อธินันท์ ทนายผู้คัดค้านที่ 8 เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากหลวงปู่เณรคำถูกตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และพรากผู้เยาว์ ทำให้ดีเอสไอแจ้งดำเนินคดี ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายการฟอกเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งอัยการร้องขอต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วย ที่ดิน บ้าน บัญชีเงินฝาก และรถยนต์ หลายสิบล้านบาท ที่ ปปง.อ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ขณะนี้ฝ่ายอัยการผู้ร้องเหลือการสืบพยานอีก 4 ปาก จากนั้นจะสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอีกหลาย 10 ปาก เป็นการสืบพยานต่อเนื่องถึงวันที่ 27 มกราคม นี้
นายกิตติกล่าวต่อว่า ขณะนี้หลวงปู่เณรคำยังสู้คดีที่พนักงานอัยการต่างประเทศของประเทศไทยร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนจะต้องสู้คดีอีกนานแค่ไหนนั้นยังไม่สามารถกำหนดได้ เพราะต้องรอศาลชั้นต้นที่สหรัฐอเมริกามีคำสั่งลงมาก่อน แต่ตัวหลวงปู่เณรคำยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้อีก

